คนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำของหญิงสาวคนหนึ่งในจ.สมุทรปราการ แต่พลเมืองดีผ่านมาเห็นและช่วยกันจับเอาไว้ได้ สอบสวนพบว่าคนร้ายเพิ่งออกจากคุกได้ไม่กี่สัปดาห์

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2562 ร.ต.อ.กิตติพล พลเดช รองสว.(สอบสวน) สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีพลเมืองดีช่วยกันจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำเอาไว้ได้ที่บริเวณใต้สะพานข้ามถนนบางนาตราด เข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุได้พบชาวบ้านได้ช่วยกันควบคุมตัวนายรัตน์พงษ์ รัตน์จินดามณีคง อายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เอาไว้ได้ พร้อมด้วยของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงและพระเลี่ยมทองอีก 1 องค์ ที่ขาดเป็นสองท่อน โดยมีนางสาวสุกัญญา แน่นอุดร อายุ 35 ปี ผู้เสียหายชี้ยืนยันให้จับกุม เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.บางแก้วสมุทรปราการ

นางสาวสุกัญญา ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์จอดไว้ภายในปั๊มน้ำมันใกล้ที่เกิดเหตุก่อนที่จะนั่งรถโดยสารเดินทางไปที่โรงพยาบาลบางนา 2 เพื่อไปตรวจสุขภาพและเอาใบรับรองแพทย์จะไปสมัครงาน หลังจากตรวจสุขภาพเสร็จตนได้นั่งรถโดยสารกลับมาลงฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุก่อนที่จะเดินข้ามสะพานลอยมาลงยังฝั่งที่เกิดเหตุ

...

ระหว่างที่เดินข้ามสะพานลอยสังเกตเห็นชายคนดังกล่าวเดินตามหลังตนมาตั้งแต่ลงจากรถโดยสาร ตนจึงระวังตัวขณะที่ตนเดินผ่านมาทางใต้สะพานต่างระดับทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินเข้ามาประกบข้างและพูดว่าขอเงิน 50 บาท ตนก็บอกไปว่าไม่มี ชายคนดังกล่าวจึงเอื้อมมือคว้าสร้อยคอทองคำที่ตนสวมใส่อยู่ที่คอ ตนจึงพยายามขัดขืนโดยใช้มือสองข้างจับยื้อเอาไว้ กระทั่งสร้อยขาด แล้วชายคนนี้ก็ผลักให้ตนตกลงไปในร่องน้ำข้างทาง แต่ตนคว้าจับมือชายคนดังกล่าวเอาไว้และดึงตกลงไปในร่องน้ำด้วยกัน

จากนั้นมีคนขับแท็กซี่ที่ผ่านมาเห็นจึงจอดตะโกนถามว่าทำอะไรกัน คนร้ายได้ตะโกนบอกไปว่าเรื่องของผัวเมีย ตนจึงตะโกนกลับไปว่าไม่ใช้ เขาทำร้ายตนและกระชากสร้อยและร้องให้ลงมาช่วย ซึ่งเป็นจังหวะที่ชายคนดังกล่าวตกใจตนจึงได้แย่งสร้อยคอที่ขาดอยู่ที่มือคนร้ายคืนกลับมา คนขับแท็กซี่ทั้งสองคนวิ่งเข้ามาถึงตัวพอดี ชายคนร้ายจึงวิ่งหนีไป แต่คนขับแท็กซี่ก็วิ่งตามและตะโกนให้คนช่วยจับกุมตัวเอาไว้ได้ ก่อนโทรแจ้งตำรวจมาคุมตัวไปสอบสวน

ขณะที่นายสมพงษ์ บัวคำ อายุ 57 ปี และนายเจษฎาภรณ์ คามวัน อายุ 46 ปี สองคนขับแท็กซี่ที่เข้ามาช่วยเหลือ ได้เล่าว่า ก่อมาประสบเหตุตนกำลังจะขับรถไปเข้าคิวภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ในจังหวะที่กำลังเลี้ยวรถจะเข้าสนามบินได้เห็นผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุกำลังต่อสู้กันอยู่ในร่องน้ำ จึงได้จอดรถและตะโกนถามว่ามีอะไรกัน ชายที่ก่อเหตุก็ได้บอกว่าเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน ซึ่งขณะที่ตนทั้งสองเห็นชายคนดังกล่าวกำลังกำหมัดจะชกหน้าผู้เสียหาย พอตนตะโกนถามชายคนดังกล่าวจึงรีบขึ้นมาจากร่องน้ำ และผู้เสียหายบอกว่าถูกกระชากสร้อย แต่ขณะนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินหนีไปแล้ว ตนทั้งสองได้วิ่งไล่คนร้ายไปแต่ไม่ทัน จึงตะโกนให้ รปภ. ของบริษัทที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุช่วยไล่จับตัวเอาไว้ได้

จากการสอบสวนนายรัตน์พงษ์ ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองพึ่งออกมาจากเรือนจำคลองด่าน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมาในคดีเสพยาแล้วขับ หลังพ้นโทษออกมาไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้วันนี้ตนจึงได้นั่งรถประจำทางมาตระเวนหาเหยื่อจนกระทั่งพบผู้เสียหายที่เป็นหญิงและใส่สร้อยทองที่คอ ลงจากรถคนเดียว ตนจึงได้เดินตามและแกล้งทำทีเข้ามาขอเงิน 50 บาท สบโอกาสจึงได้กระชากสร้อยคอของผู้เสียหายจนขาด แต่ผู้เสียหายต่อสู้จนตกลงไปในร่องน้ำและมีคนมาช่วย ตนจึงวิ่งหลบหนีแต่ถูกชาวบ้านช่วยกันจับตนเอาไว้ได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า วิ่งราวทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป