ข่าว
100 year

"ศักดิ์สยาม" ฟิต ดูถนนพระราม 2 แก้วิกฤติรถติด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 ก.ค. 2562 05:40 น.
SHARE

“ศักดิ์สยาม” สุดฟิต เดินทางตรวจถนนพระราม 2 ดูปัญหาจราจรพร้อมออกมาตรการแก้ปัญหารถติดหนักพร้อมขอความร่วมมือรถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่วิ่งในชั่วโมงเร่งด่วนกระทบกับผู้ใช้ทางปกติ ลั่น! เร่งสร้างเสร็จก่อนกำหนด-คืนผิวจราจร ตั้งคณะทำงานร่วมภาคประชาชน ประกาศลงตรวจพื้นที่ดูแลใกล้ชิดทุกสัปดาห์ ด้านประธานสหพันธ์การขนส่งสินค้าทางบกฯ โอดงานขยายถนนพระราม 2 กระทบต้นทุนขนส่งสินค้าลงใต้พุ่ง 700-800 บาท/คัน เหตุต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินทางจากถนนพระราม 2 ไปใช้ถนนเพชรเกษมแทน

จากปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักในถนนพระราม 2 เนื่องจากการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ถนนดังกล่าวอย่างมาก ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ถนนพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อรับฟังปัญหาหลังชาวบ้านร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากการก่อสร้างปรับปรุงเส้นทางดังกล่าว

ต่อมานายศักดิ์สยามให้สัมภาษณ์ว่า จากที่รับฟังปัญหา ทราบว่าโครงการปรับปรุงทางหลวงดังกล่าวได้มีการเซ็นสัญญามาตั้งแต่ปี 2561 และจะสิ้นสุดในปี 2563 ในช่วงที่มีการเซ็นสัญญานั้นพบว่า บริเวณดังกล่าวมีปริมาณรถที่ไม่หนาแน่นเท่าภายหลังจากที่มีการทำสัญญา ดังนั้นทำให้แผนการก่อสร้างคลาดเคลื่อน ขณะนี้ภาพรวมของการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 38 เท่านั้น ล่าช้ากว่าแผนถึงร้อยละ 18 สาเหตุที่ล่าช้าเพราะต้องเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะเร่งให้เสร็จภายในปลายปี 2563 หรือก่อนกำหนดให้ได้

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุปัญหาในพื้นที่ก่อสร้างพบว่าดินนิ่ม จำเป็นต้องใช้ทรายถมเพื่อให้แข็งแรง ต้องใช้เวลาให้ดินเซตตัวให้แข็งแรงประมาณ 160 วัน อาจส่งผลต่อความล่าช้าในการทำทาง ทำให้เกิดรถติดหนัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ มีแนวทางในการแก้ปัญหา 2 แนวทาง ได้แก่ 1.บรรเทาความเดือดร้อนด้านจราจร คือผู้ว่าราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอความร่วมมือบริษัทขนส่งที่ใช้รถบรรทุกใหญ่ ให้ออกเดินทางหลังช่วงเวลาเร่งด่วน และให้รถใหญ่ยูเทิร์นรถถัดไปอีก 1 กม.จากจุดเดิม ขณะที่เรื่องผิวจราจร ภายใน 2 สัปดาห์จะสามารถเลื่อนผิวจราจรจากจุดเดิมไปจุดถัดไปได้ และ 2.ปรับขั้นตอนการก่อสร้าง ไม่ให้เปิดหน้างานตรงกัน ต่อไปจะเปิดให้ห่างกันจะได้ไม่เกิดภาวะคอขวด รวมถึงให้ทำป้ายบอกทางจราจรให้ชัดเจน

รมว.คมนาคม กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ระยะทางในการก่อสร้างเพียงแค่ 11 กิโลเมตรทำไมต้องมีบริษัทรับเหมาถึง 3 บริษัทเข้ามาก่อสร้าง ในเรื่องนี้มองว่าเพื่อความรวดเร็วในการทำงานต้องมีการแบ่งตอนการก่อสร้างขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่มีข้อเสนอให้กรมทางหลวง ตั้งกรรมการทุกภาคส่วนขึ้นมา 1 ชุด เพื่อให้มีการทำงานบูรณาการร่วมกัน ดังนั้นตนได้มอบหมายจังหวัดให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อเร่งรัดการทำงาน ในอนาคต ในพื้นที่ดังกล่าวทราบว่าจะมีการสร้างทางยกระดับและทางด่วนอีก ต้องติดตามและดูแลงาน ในสัปดาห์หน้าตนจะลงพื้นที่นี้อีก ส่วนประเด็นการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างหรือปรับขนาดผิวถนนจนทำให้เกิดการล่าช้านั้นมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

ด้านนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งสินค้าทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากที่กรมทางหลวงขยายเส้นทางถนนพระราม 2 ระยะทางก่อสร้างเพียง 11 กม. แต่ใช้เวลาการก่อสร้างกว่า 2 ปี ตั้งแต่ปี 2560 จนปัจจุบันทางสหพันธ์ฯ พบว่า ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการต่อคันเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกจะต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางลงภาคใต้จากเดิมใช้เส้นทางพระราม 2 เปลี่ยนไปใช้ถนนเพชรเกษมแทน ทำให้ต้นทุนการขนส่งต่อคันเพิ่มขึ้นอีกคันละ 700-800 บาท ปัจจุบันรถบรรทุกสินค้าที่ลงภาคใต้ต่อวันที่ 1,000 คัน/วัน จากรถบรรทุกทั้งเครือข่ายสมาพันธ์ฯ มีกว่า 200,000 คัน และจากเดิมการเดินทางจากกรุงเทพฯมาถึงถนนพระราม 2 ใช้เวลาเพียง 45 นาที แต่เมื่อมีการก่อสร้างขยายถนนกลับส่งผลให้การเดินทางใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

นายอภิชาติยังระบุด้วยว่า การขยายถนนที่เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้รถจราจรติดขัดแล้ว อีกปัญหาหนึ่งคือ มีการตั้งด่านจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาในช่วงเวลา 09.00-14.00 น. ยิ่งทำให้การจราจรติดขัดเพิ่มขึ้นด้วย ทางกลุ่มผู้ประกอบการอยากร้องถามว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจยกเลิกการตั้งด่านจะทำได้หรือไม่ รวมถึงแนะนำว่า ฟุตปาททั้ง 2 ฝั่ง ที่กรมทางหลวงรื้อออกไป ให้เร่งทำทางเท้าก่อนได้หรือไม่

สำหรับการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทางรวม 11.7 กิโลเมตร งบประมาณรวม 2,213.5 ล้านบาท โดยขยายคันทางทั้งทางขนาน (Frontage Road) จากเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 3 ช่องจราจร และทางหลัก (Main Road) จากเดิม 3 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมก่อสร้างสะพานกลับรถ 2 แห่ง ที่ กม.12 (แสมดำ) กม.16 (ก่อนถึงซอยพันท้ายนรสิงห์) และสะพานข้ามทางรถไฟ กม.18 //โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ตอน ให้ 3 บริษัทดูแล ได้แก่ ตอน 1 (กม.9+800-13+300) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ก่อสร้างโดย บริษัท บุญสหะการสร้าง จำกัด งบประมาณ 707.50 ล้านบาท ตอน 2 (กม.13+300-17+400) ระยะทาง 4.1 กิโลเมตร ก่อสร้างโดยบริษัท แสงชัยโชค จำกัด งบประมาณ 798.555 ล้านบาท และตอน 3 (กม.17+400-21+500) ระยะทาง 4.1 กิโลเมตร ก่อสร้างโดยบริษัท เอ็ม.ซี.คอนสตรัคชั่น (1979) จำกัด งบประมาณ 707.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามสัญญาการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2563 แต่พบว่าความคืบหน้า ณ เดือนมิถุนายน 2562 ตอน 1 คืบหน้าเพียงแค่ร้อยละ 6.06 ช้ากว่าแผนร้อยละ 43.95 ติดขัดปัญหาสาธารณูปโภค, ตอน 2 คืบหน้าเพียงแค่ร้อยละ 17.31 ช้ากว่าแผนร้อยละ 31.40 ติดขัดต้นไม้และสาธารณูปโภค และตอน 3 คืบหน้าเพียง ร้อยละ 31.48 ช้ากว่าแผนร้อยละ 6.06 เนื่องจากติดขัดด้านเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภค

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคมถาวร เสนเนียมตรวจถนนพระราม 2ปัญหารถติดรถติดข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้