ข่าว
100 year

จับแล้วโจรผัวเมียในคราบนักท่องเที่ยว ขโมยเงินบริจาควัดทำมาแล้ว 7 ครั้ง

ไทยรัฐออนไลน์20 ก.ค. 2562 23:47 น.
SHARE

ตำรวจอยุธยาจับกุมตัวโจรผัวเมียที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว ก่อเหตุขโมยเงินในตู้บริจาคและต้นผ้าป่า วัดเชิงท่า เมื่อสัปดาห์ก่อนได้แล้ว สารภาพทำแบบนี้มาแล้ว 7 วัด

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชายลักษณะสูง สวมเสื้อคอกลมสีขาว ใส่กางเกงยีนส์ คาดกระเป๋าสีน้ำเงิน กับผู้หญิงรูปร่างอ้วน สวมใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงิน และยังมีเด็กหญิงอีก 2 คน ทำทีเป็นนักท่องเที่ยว พาครอบครัวมาไหว้พระที่ศาลาวัดเชิงท่า ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันอาสาฬหบูชา พอสบโอกาสตอนพระเผลอก็งัดตู้บริจาคเงินและลักเงินจากต้นผ้าป่า ได้เงินกว่า 5,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนร่วมทำบุญใส่ตู้เอาไว้ และเป็นเงินที่ทางวัดจะต้องเอาไว้ใช้จ่ายภายในวัด แล้วหลบหนีไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์และใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ได้รับแจ้งความแล้วได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัดดังกล่าว พบผู้ก่อเหตุมากันจำนวน 4 คน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าชายผู้ก่อเหตุดึงเงินจากกองผ้าป่าและเงินที่ได้จากการงัดตู้บริจาคมามอบให้แก่ผู้หญิง ซึ่งเห็นรูปพรรณผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ทั้งหมดเดินทางมาโดยรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีน้ำตาล แต่กล้องยังไม่สามารถจับภาพป้ายทะเบียนรถผู้ก่อเหตุได้ หลังจากก่อเหตุแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากวัดไปโดยเลี้ยวขวามุ่งหน้าวัดหน้าพระเมรุ

จากนั้นตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางเดินรถผู้ก่อเหตุ ตามเส้นทางต่างๆ จนพบรถผู้ก่อเหตุ ซึ่งกล้องสามารถจับภาพป้ายทะเบียนรถผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจนคือ กง 4649 ปทุมธานี ผู้ครอบครองคือ น.ส.วาริพินทุ์ เสถียรโชค อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.2 ต.หันตา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อตำรวจตรวจสอบ น.ส.วาริพินทุ์ เสถียรโชค ในระบบทะเบียนราษฎร พบว่ารูปในทะเบียนราษฎรของ น.ส.วาริพินทุ์ รูปหน้าตรงกับผู้หญิงที่ก่อเหตุในวันดังกล่าว จากนั้นตรวจสอบสามีของ น.ส.วาริพินทุ์ เสถียรโชค มีชื่อว่า นายอนุรักษณ์ เกตุยอด อายุ 39 ปี ก็พบว่ารูปในทะเบียนราษฎร์ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด จึงขออำนาจศาลออกหมายจับ น.ส.วาริพินทุ์ และ นายอนุรักษณ์ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

คืบหน้าล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.ค. 2562 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำโดย พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สืบทราบว่า นายอนุรักษณ์ และ น.ส.วาริพินทุ์ มาเปิดห้องพักอยู่ที่ ห้อง 18 โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเข้าตรวจสอบพบบุคคลทั้งสอง จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ โดยนายอนุรักษณ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์เงินผ้าป่าในโบสถ์วัดเชิงท่าและเงินในตู้บริจาคไป โดยในการก่อเหตุตนใช้อุปกรณ์ 2 อย่างคือ ลวดอะลูมิเนียมทาด้วยกาวดักหนู หย่อนดึงเงินขึ้นมา กับคีมตัดอะลูมิเนียมใช้ในการตัดหูช้างของตู้บริจาคเพื่อเปิดนำเงินภายในตู้ไป และตนเคยก่อเหตุลักทรัพย์เงินในวัดต่างๆ ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาแล้วจำนวน 7 แห่ง

ส่วน น.ส.วาริพินทุ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ แต่ตนรับเงินเมื่อ นายอนุรักษณ์ เกตุยอด เอาเงินจากผ้าป่าในโบสถ์วัดเชิงท่า และเงินในตู้บริจาค มาให้ตนเก็บไว้ ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสวบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลักทรัพย์ขโมยเงินบริจาคอยุธยาขโมยเงินวัดนักท่องเที่ยวข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้