นางสุรางค์รัตน์ สมุทรกลิน อดีตข้าราชการวัยเกษียณ บ้านหัตถศิลป์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เผยถึงเคล็ดลับในการทำให้ผ้าใหม่ที่แข็งกระด้างให้มีความนุ่มเหมือนผ้าเก่า ที่ได้มาแบบความบังเอิญจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ผ้าที่เก็บไว้หลายชิ้นจมโคลน หลังจากภัยธรรมชาติผ่านพ้น จึงนำผ้ามาซักทำความสะอาด ผ้าบางผืนที่ยังไม่เคยใช้งาน ได้กลับกลายเป็นผ้าที่มีความนุ่ม สีละมุน ไม่ฉูดฉาด เลยเกิดแนวคิดนำผ้าใหม่อย่างผ้าโสร่งปาเต๊ะ ผ้าซิ่นลายไทย มาทำให้เป็นผ้าเก่า
ด้วยการนำโคลนดินเหนียวละเอียดจากนาบัว นำมากรองเอาเม็ดกรวดเม็ดดินออก ใช้โคลนจากบึงบัว 3 กก. และเกลือแกง 5 ช้อนโต๊ะ นำไปผสมน้ำ 150 ลิตร นำผ้าที่เตรียมไว้แช่น้ำโคลน 3 วัน ซักน้ำสะอาด แช่น้ำขี้เถ้าถ่าน 30 นาที ล้างทำความสะอาด นำไปผึ่งลมหรือแดดอ่อนๆให้แห้ง ผ้าจะนิ่ม จะได้ผ้าหมักโคลนที่เนื้อผ้านุ่ม สวมใส่สบาย สีติดทนนาน
สุรางค์รัตน์ เผยอีกว่า หลังพบวิธีการหมักผ้าให้มีความนุ่ม ปี 2555 จึงเริ่มฝึกอบรมชาวบ้านถึงกรรมวิธีหมักผ้า รวมทั้งงานเพนต์สีซึ่งเป็นแนวที่ถนัด กระทั่งเกษียณราชการจึงนำสิ่งที่เคยอบรมชาวบ้านให้มีรายได้เสริมในครัวเรือนมาทำเป็นอาชีพเสริมอย่างจริงจัง และเพื่อให้มีตลาดแบบผ้าใหม่ๆ จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) เพื่อขอคำแนะนำในเรื่องการออกแบบ มุมมองของตลาด รวมทั้งหาตลาดให้ โดยใช้ผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง หรือผ้าลายไทยเป็นแบบผ้าพิมพ์ลายหรือผ้าลายอย่าง ผ้าฝ้าย มาทำเป็นสินค้าจำหน่าย เพราะตลาดจะกว้างกว่า ขายได้เร็ว ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศในไทย เหมาะกับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่น
...
หลังนำมาหมักโคลนทำให้ผ้าซิ่นราคาผืนละ 200-300 บาท เพิ่มมูลค่าเป็นผืนละ 300-500 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวหลังเกษียณได้เดือนละ 25,000-30,000 บาท กลุ่มลูกค้ามีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงวัย รวมไปถึงชาวต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษาสนใจอบรมฟรี ติดต่อได้ที่ 08-9127-2791.