ข่าว
100 year

แม่สุดทน ร้องปวีณา ติดตามคดีลูกสาว 6 ขวบ ถูกล่วงละเมิดฯคาโรงเรียน

ไทยรัฐออนไลน์25 มิ.ย. 2562 19:35 น.
SHARE

แม่สุดทน ร้องมูลนิธิปวีณา หลังลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ ถูกล่วงละเมิดทางเพศคาโรงเรียน ใน จ.นครปฐม ล่าสุดตำรวจรู้ตัวชายหื่นแล้ว ศาลอนุมัติหมายจับรวบตัวดำเนินคดี แจ้งข้อหากระทำอนาจารกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี มารดา ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 6 ขวบ นักเรียนอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เดินทางเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ให้ช่วยเหลือติดตามคดีที่เกิดขึ้นกับบุตรสาว ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในห้องเรียนของโรงเรียน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เรื่องยังเงียบ 

โดย น.ส.ก้อย เล่าว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.ก้อย อาบน้ำให้ ด.ญ.บี หลังไปรับกลับจากโรงเรียน ด.ญ.บี ร้องเจ็บที่อวัยวะเพศ น.ส.ก้อย จึงได้เปิดดูอวัยวะเพศ ด.ญ.บี เห็นอวัยวะเพศบวมแดงเป็นรอยคราบเมือก จึงสอบถาม ด.ญ.บี ว่าไปทำอะไรมา ด.ญ.บี เล่าว่ามีลุงคนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียนช่วงเช้า ขณะที่จะไปเข้าแถวเคารพธงชาติ เพื่อนนักเรียนไปเข้าแถวกันหมดเพราะไปช้า ระหว่างนั้นเจอลุงคนหนึ่งบอกให้เอากระเป๋านักเรียนไปไว้ที่ล็อกเกอร์เก็บกระเป๋า ซึ่งอยู่ข้างห้องน้ำภายในห้องเรียน ลุงคนนั้นก็เดินตามไปพร้อมกับได้ยื่นเงินให้ 20 บาท แต่ ด.ญ.บี ไม่เอา จากนั้นลุงก็ทำหนูในห้องเรียน หลังจาก น.ส.ก้อย ทราบเรื่อง จึงรีบพา ด.ญ.บี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพราะกลัวว่าลูกไม่ปลอดภัย และให้จับกุมตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดี

ภายหลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ทราบว่า หลังจากที่รับแจ้งแล้วได้ให้ชุดสืบสวนออกสืบสวน และพบว่าในโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ และเห็นภาพชายสูงวัยเข้าไปในห้องเรียนจริง พร้อมทั้งได้ส่งตัว ด.ญ.บี ไปตรวจร่างกายแล้ว แต่รอผลจากทาง รพ.อยู่ และสหวิชาชีพ ได้มาร่วมสอบแล้ว ขณะนี้กำลังออกหมายจับชายคนดังกล่าว และมอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวนออกไปตามหาชายคนดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่พบตัว

ล่าสุดเมื่อ 13.00 น.วันนี้ (25 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองนครปฐม พร้อม น.ส.ก้อย มารดาของ ด.ญ.บี เข้าพบ พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม และ พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าทางด้านคดี หลังจากที่เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เรื่องเข้าช่วยเหลือ ด.ญ.บี อายุ 6 ขวบ ที่ถูกชายแปลกหน้าล่วงละเมิดทางเพศ ภายในห้องเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม โดยใช้เวลาพูดคุยและสอบถามนานกว่า 1 ชม.

โดย นางปวีณา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน และแม่ของเด็ก โดยประสานงานมายัง พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.และ พ.ต.อ. พีระเดช เจริญเดช ผกก. สภ.เมืองนครปฐม เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและฟังจากปากของแม่เด็ก เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กในกรณีที่เด็กตกเป็นเหยื่อทางเพศ และเข้าพบผู้บริหารโรงเรียนที่น้องเรียนอยู่ และส่งเจ้าหน้าที่ไปดูที่เกิดเหตุภายในชั้นเรียน พร้อมทั้งขอดูใบตรวจพิสูจน์จากแพทย์ ที่ตำรวจนำเด็กไปตรวจที่ รพ.นครปฐม หลังจากแม่เข้าแจ้งความ ซึ่งผลออกมาในเบื้องต้นว่า ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ตรวจพบรอยแดงที่แคมนอกและในทั้ง 2 ข้าง ไม่พบรอยฉีกขาดของพรมจารีย์ ขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่างตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติมที่ห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลยังไม่ออก แต่ลงความเห็นว่าถูกกระทำชำเรา

ด้าน นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน เปิดเผยว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบโรงเรียนที่เกิดเหตุ พบว่าทางโรงเรียนไม่มีรั้วรอบขอบชิดที่ดีพอ เป็นเหตุให้ใครก็ได้สามารถเดินทางเข้าออกได้ง่าย ทั้งนี้ในขณะที่เกิดเหตุนั้นเป็นเวลาเหลื่อมล้ำในระหว่างที่เด็กเตรียมเข้าแถว จึงไม่มีใครพบเห็น น่าจะมีมาตรการที่เข้มงวดกว่านี้ และบริเวณโดยรอบโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้จำนวน 16 จุด ซึ่งต้องติดไว้ในจุดที่เสี่ยงและล่อแหลม และต้องมีป้ายเตือนเพิ่มเติมว่ามีกล้อง เพื่อใช้ในการป้องกันเหตุและเรื่องของการวางระบบในการดูแลนักเรียนให้ดีขึ้น ทั้งการดูแลของทุกช่วงเวลาและทุกมุมเพื่อลดมุมอับลง ทั้งนี้ในฝ่ายขององค์กรการศึกษาจะต้องปรับแนวความรู้ใหม่ เรื่องการไม่ปล่อยผ่านสัญญาณเล็กๆน้อยๆ และยอมให้ตรวจสอบซ้ำเป็นร้อยครั้งดีกว่าปล่อยให้เกิดเหตุครั้งเดียว ถ้าไม่แน่ใจขอให้เช็กและทบทวนเหมือนกับกรณีนี้ สำหรับ ด.ญ.บี ทางศูนย์เฉพาะกิจจะประสานทาง สพฐ. เพื่อนำเด็กย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอื่นที่เหมาะสม

ด้าน พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุ จึงได้เดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อทำการสอบปากคำพยานบุคคล ซึ่ง ด.ญ.บี นั้นเป็นประจักษ์พยาน ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับ ขณะนี้ศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ ทราบว่เป็นชาย อายุ 45 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มอบหมายให้ชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม และสืบสวน สภ.เมือง ร่วมกันตามล่าตัวให้ได้เร็วที่สุด เชื่อว่าจะได้ตัวภายในเร็วๆ นี้ เนื่องจากรู้ทั้งชื่อ-ที่อยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามลงพื้นที่แต่ยังไม่พบตัว ในส่วนของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคดี พนักงานสอบสวนได้จ่ายค่าตอบแทนต่างๆตามสิทธิ์ที่ผู้เสียหายพึงจะได้รับ และแจ้งยุติธรรม จ.นครปฐม ดำเนินการจ่ายค่าทดแทนเนื่องจากความเสียหายในคดีนี้ เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหากระทำอนาจารกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย

พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยถึงพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ว่า ผู้ต้องหาได้เดินตามเด็กในจังหวะที่ ด.ญ.บี เดินไปคนเดียวตามลำพังเพื่อเข้าห้องเรียน ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่แม่ของเด็กเลี้ยวรถหันกลับออกไปจากโรงเรียนแล้ว และครูก็ไม่ได้อยู่ในห้อง น่าจะเป็นช่วงที่เตรียมตัวเคารพธงชาติ เมื่อเจอเด็กแล้ว ชายคนดังกล่าวได้บอกกับเด็กว่า ให้เดินเข้าไปในห้องแล้วจะให้เงิน 20 บาท เมื่อเด็กเดินเข้าไปจึงได้ทำอนาจาร โดยใช้เวลาประมาณ 7 นาที ซึ่งภาพวงจรปิดสามารถบันทึกไว้ได้ ขณะที่ชายคนดังกล่าวเดินอยู่ภายในโรงเรียน จากการสอบถามเด็กหลังจากเกิดเหตุแล้ว ด.ญ.บี ได้วิ่งมาบอกกับครู ครูได้วิ่งตามชายคนนี้ไปจนทัน พร้อมกับเข้าสอบถามชายคนดังกล่าว แต่กลับว่า ไม่ได้ทำอะไรเด็ก แค่เอามือจี้เอวเด็กเท่านั้น ครูจึงไม่ได้คิดว่ามีอะไร จึงไม่ได้โทรแจ้งตำรวจ แต่เมื่อเด็กกลับบ้านได้ไปเล่าให้กับผู้ปกครองฟัง จึงพากันไปเข้าแจ้งความ เมื่อตำรวจได้รับคดีแล้วจึงส่งเด็กไปตรวจร่างกาย จนกระทั่งตอนเช้าได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ โดยเช็กจากกล้องวงจรปิดทราบแน่ชัดว่าเป็นคนร้าย จึงรวบรวมหลักฐานและขอหมายศาลเข้าจับกุม แต่ไม่พบตัว เมื่อสอบถามชาวบ้านทราบว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ไม่เป็นที่ ไม่มีหลักแหล่งชัดเจน ตอนนี้ก็กำลังส่งตำรวจติดตามให้ได้เร็วที่สุด 

จากการสืบสวน พบว่า ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเข้าออกโรงเรียนนี้มาก่อน แต่ที่ผ่านมาพบว่าเคยถูกต้องโทษในคดีเกี่ยวกับเรื่องเด็กและลักทรัพย์ เคยเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง เมื่อปี 2551 ถูกต้องโทษในคดีกระทำอนาจารเด็ก ปี 2556 ถูกต้องโทษในคดียาเสพติดและคดีลักทรัพย์ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนต่างๆ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและประชาสัมพันธ์ หากพบชายแปลกหน้าขอให้แจ้งมาได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่มขืนอนาจารล่วงลพเมิดละเมิดทางเพศนิธิปวีณาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED