Thairath Logo
กีฬา

"กรมป่าไม้" ขอใช้ เจดีย์แม่ชีบงกช

Share :
line-share-logo

กรมป่าไม้ไม่รื้อ “พระมหาเจดีย์แม่ชีบงกช” สูงเท่าคอนโดฯหลายสิบชั้นพื้นที่กว่า 300 ไร่ หวั่นกระทบจิตใจเหล่าพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา แถมต้องใช้งบประมาณในการรื้อถอนมากกว่า 100 ล้านบาท เตรียมนำมาใช้ประโยชน์เองให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของข้าราชการ เผยกำลังตามตัวแม่ชีบงกชมาเซ็นมอบทรัพย์สิน ส่วนหนี้เงินกว่า 57 ล้านบาท ที่ศาลสั่งให้ชดใช้มาตั้งแต่ปี 2534 ยังไม่ได้รับสักบาท

จากกรณีนางบงกช สิทธิผล หรือแม่ชีบงกช และ น.ส.พิมพรรณ รัตนพฤกษานนท์ บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยมิได้รับอนุญาต จำนวน 520 ไร่ รวมทั้งร่วมกันก่อสร้างพระมหาเจดีย์ 1 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีก 35 หลังในพื้นที่ที่บุกรุก พร้อมกับสร้างถนนและบันไดเชื่อมต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 ต่อมามีชาวบ้านร้องเรียน จนนำไปสู่การดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่ง และเมื่อเดือน มิ.ย.2560 ศาลฎีกา (ความแพ่ง) ได้มีคำพิพากษายืน คือให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 57,709,819.84 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 ม.ค.2534 เป็นต้นไปนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมายังบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมแดนมหามงคล (เกาะมหามงคล) ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดคืนมาจากนางบงกช สิทธิผล หรือแม่ชีบงกช และ น.ส.พิมพรรณ รัตนพฤกษานนท์ ที่สร้างสถานปฏิบัติธรรมบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย จ.กาญจนบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาต มีการปลูกสร้างปราสาทบนยอดเขาฯ และต่อมาศาลมีคำสั่งให้แม่ชีบงกชพร้อมบริวารออกจากพื้นที่ โดย นายอรรถพลเปิดเผยว่า คดีแม่ชีบงกช แม้คดีจะสิ้นสุดแล้ว โดยคดีอาญา โทษจำคุกจำเลย ให้รอลงอาญา 2 ปี และคดีแพ่ง ให้ชำระเงินจำนวนกว่า 57 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2534 แต่ปรากฏว่าปัจจุบัน กรมป่าไม้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและจำเลยยังไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนฯ ดังนั้น กรมป่าไม้ จะดำเนินการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่มีการรื้อถอน และจะทำหนังสือสอบถามความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงการคลัง

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า การที่กรมป่าไม้ ไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพราะในพื้นที่ดังกล่าว มีการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ ขนาดใหญ่บนภูเขา มีขนาดสูงมากขนาดเท่าคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่หลายสิบชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ถ้ามีการรื้อถอน จะต้องใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก กรมป่าไม้ไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้น และการรื้อถอน อาจทำให้พื้นที่ป่าหรือระบบนิเวศถูกทำลายเพิ่มเติมได้ ที่สำคัญการรื้อถอนพระมหาเจดีย์ จะกระทบจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธา โดยกรมป่าไม้จะนำพื้นที่ของสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหมดที่มีการบุกรุกป่าสงวนฯกว่า 500 ไร่ ทั้งพระมหาเจดีย์ 1 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆอีก 35 หลัง มาใช้ประโยชน์ โดยจะทำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับข้าราชการกรมป่าไม้และหน่วยราชการต่างๆ รวมทั้งอาจจะทำเป็นค่ายพุทธบุตรให้นักเรียนได้มาปฏิบัติธรรม

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาขณะนี้ คือยังไม่สามารถติดต่อกับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากแม่ชีบงกชได้ เพื่อขอให้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับกรมป่าไม้ ที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้บังคับคดีโดยแยกเป็น 2 ประเด็น เพื่อให้จำเลยคือแม่ชีบงกชปฏิบัติตามคำพิพากษา คือ 1.หนี้เงิน จำนวนกว่า 57 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยรายนางบงกช ยังไม่พบทรัพย์สินใด นอกจากบัญชีเงินฝาก 1 บัญชี ของ ธ.ก.ส.สาขาน้ำตกไทรโยคน้อย ประเภทออมทรัพย์ของ น.ส.พิมพรรณ แต่ไม่ระบุจำนวนเงิน และ 2.บังคับคดีให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่กรมป่าไม้จะไม่รื้อถอน และจะขอใช้ประโยชน์ ส่วนทรัพย์สินยังเป็นของ แม่ชีบงกช จึงต้องให้จำเลยคือแม่ชีบงกช ที่เดินทางหลบหนีไปต่างประเทศ มอบอำนาจให้ผู้แทนมามอบให้กับกรมป่าไม้ ดังนั้น ต้องตรวจสอบหาผู้รับมอบอำนาจจากแม่ชีบงกช ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในสำนักปฏิบัติธรรม ทราบว่า แม่ชีบงกชยินดีที่จะมอบทรัพย์สินให้กรมป่าไม้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...
พระมหาเจดีย์แม่ชีบงกชกรมป่าไม้เจดีย์แม่ชีบงกชบงกช สิทธิผลข่าวทั่วไป