อ.เดชา หวังแก้กฎหมายกัญชา ปลดออกจากบัญชียาเสพติด ขึ้นเป็นพืชควบคุม รอลุ้นขึ้นตำรับยาแผนไทย จึงจะนำไปแจกให้ผู้ป่วยได้ หวังการแก้ ก.ม.จะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยา มีความหวังในการรักษาโรคต่อไป...

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่มูลนิธิข้าวขวัญ เลขที่ 13/1 หมู่ 3 ถนนเทศบาลท่าเสด็จ 1 ซอย 6 ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งพบว่ายังคงมีประชาชนต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อหวังจะมาขอรับน้ำมันกัญชา จาก อ.เดชา แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากขณะนี้ยังต้องรอขึ้นทะเบียนตำรับยาให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน โดยเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ก็ได้รับลงทะเบียนให้สำหรับผู้ป่วยที่จะขอรับน้ำมันสกัดจาก อ.เดชา แล้วจากนั้นต้องรอจนกว่าจะมีประกาศ หรือการอนุญาตจากทางสำนักงานสาธารณสุขเสียก่อน

ด้านนายบัวลี ประติตัง ชาว อ.วิเชียร จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคความดันและเบาหวาน ได้พาญาติพี่น้องที่ป่วยมีโรคประจำตัว รวม 5 คน เดินทางมาเพื่อรอรับยาจาก อ.เดชา แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากยังไม่สามารถแจกจ่ายได้ ต้องรอการประกาศจากสถาบันการแพทย์แผนไทยก่อน ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้ลงทะเบียนไว้ก่อน เพื่อหวังว่าหากยาของ อ.เดชา ได้รับอนุญาต ตนและญาติพี่น้องจะได้เดินทางเพื่อมารับยาต่อไป

...

ส่วนที่โรงแรมสองพันบุรี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ พร้อมทีมงานได้จัดอบรมแก่ผู้ที่สนใจในการใช้ประโยชน์จากน้ำมันสกัดจากกัญชา ซึ่งมีผู้สนใจเข้ารับการอบรมเกือบ 500 คน

อ.เดชา กล่าวว่า ในวันนี้ทางตนและทีมงาน ยังคงรอประกาศตำรับยาแผนโบราณที่มีส่วนผสมของกัญชา ซึ่งทราบมาว่า ขณะนี้ มีการยื่นเรื่องเข้าประชุมไปกว่า 40 ตำรับยา แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศออกมาแต่อย่างใด ถ้าไม่ผ่านเราก็จะใช้ช่องทางที่ดำเนินการมาแบบก่อนไม่ได้ ต้องไปผ่านช่องทางการวิจัยของหน่วยงานที่ผ่านการรับรอง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ขอนแก่น, ม.รังสิต เป็นต้น โดยมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก ต้องผ่านหลายขั้นตอน และต้องละเอียดรอบคอบ ตามเงื่อนไขที่กำหนด จะทำให้แจกยาได้น้อย วันหนึ่งน่าจะไปเกิน 200 คน ซึ่งคนไข้เก่าของตนมีประมาณ 5,000 คน และที่มาลงทะเบียนเพิ่ม เกือบ 20,000 คน แต่คาดว่าตอนนี้การใช้น้ำมันกัญชาใต้ดินอยู่มากแต่บางที่ก็ไม่ปลอดภัยและแพง คนป่วยก็อยากจะขึ้นมาใช้ของบนดินเพราะฟรีและมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่ๆ เมื่อมารับแจกพร้อมกันจะเกิดจลาจลแน่นอน จะทำให้การเข้าถึงยาลำบากแน่นอน คนไข้เข้าไม่ถึงยา เพราะติดเรื่องข้อบังคับทางกฎหมาย

การจะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้นั้น จะต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา แล้วตนถึงจะแจกได้ ซึ่งตนเห็นว่ากฎหมายในปัจจุบันนี้ ทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก และยังมีเรื่องวัตถุดิบ ที่จะนำมาใช้สกัด จะต้องนำมาจาก ป.ป.ส.ที่มีจับและตรวจยึด ฟ้องศาล และนำยึดเข้าเป็นของหลวง ซึ่งมีประมาณ 20 ตัน แต่กว่าจะผ่านการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย น่าจะเหลือประมาณ 10 ตัน อาจจะใช้กับผู้ป่วยได้ไม่ถึง 1 แสนราย ซึ่งตามกฎหมายฉบับนี้ ตนเป็นหมอ ยังไม่สามารถปลูกได้เลย ซึ่งต้องแก้กฎหมาย ให้ออกจากยาเสพติด และให้เป็นพืชควบคุม ซึ่งคนป่วยจะปลูกได้เอง ใช้เอง ปรุงเอง บริโภคเอง เพื่อจะได้เพียงพอต่อการใช้กัญชาเป็นยารักษาคนป่วย จึงอยากให้เปลี่ยนกฎหมายโดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คนป่วยพยายามรักษาจนหมดหวัง จึงหันมาพึ่งพาน้ำมันกัญชา เพื่อใช้เป็นความหวังสุดท้าย แต่พอผู้ป่วยจะมีความหวัง ก็ไปปิดประตูเขาอีก ควรจะเปิดประตูให้เขา เพราะผู้ป่วยเขาควรจะมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป.