ความคืบหน้า กรณีสาววัย 33 ปี กระโดดสะพานหายไปในแม่น้ำบางปะกง จนชาวบ้านและ จนท.ช่วยตามหาจนนำขึ้นจากน้ำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดปลอดภัยกลับบ้านได้แล้ว ด้าน ตร.ยันไม่จับ เพราะไม่ได้ทำความผิด...

กรณีแม่วัย 33 ขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาววัย 4 ขวบ มาจอดกลางสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงหลังทะเลาะกับแฟน แล้วร้องไห้กอดลูกพร้อมบอกกับลูกว่าเดี๋ยวจะลงไปหาหอยในแม่น้ำ ก่อนจะมีคนมาพบเห็นเด็กนั่งร้องไห้อยู่ที่ราวสะพาน แล้วเห็นแม่เด็กนั่งอยู่บนท่อน้ำนอกราวสะพาน จากนั้นก็ทิ้งตัวหายไปกับน้ำ จนเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรและชาวบ้านใช้เรือ 6 ลำ ออกตามหานาน 45 นาที จนพบตัวแล้วรีบนำขึ้นฝั่งส่งโรงพยาบาลทันที ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2562 ร.ต.อ.พัศวัฒน์ พัตพัน รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง เปิดผยกรณีที่ น.ส.ย้อย (นามสมมติ) อายุ 33 ปี มากระโดดน้ำฆ่าตัวตาย กลางสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) กม.50 ช่องคู่ขนาน ขาเข้า กทม. หมู่ 4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง แล้วทิ้งเด็กผู้หญิงอายุ 4 ขวบ ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ยังคงลอยเรือส่องไฟค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนเวลาผ่านเกือบ 45 นาที ทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้วนขับเรือไปใกล้ท่าเรือคัตซาว่า หมู่ 1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง ก็ไปพบแม่ของเด็กกำลังเดินลุยเลนขึ้นมาจากแม่น้ำในสภาพหมดแรง ก่อนจะรีบกระโดดลงไปคว้าตัวแล้วนำขึ้นฝั่ง

เบื้องต้น พบว่าแม่เด็กคนดังกล่าวอยู่ในอาการสำลักน้ำ ปวดท้อง ปวดศีรษะ ยังไม่มีสติ เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกงทันที โดยล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โดยมีอาการสำลักน้ำเพียงอย่างเดียว ทางโรงพยาบาลได้ให้กลับบ้านแล้ว

ส่วนทางคดีนั้นไม่มีผล เนื่องจาก น.ส.ย้อย ไม่ได้กระทำความผิดอะไร และไม่ได้เสียชีวิต จึงไม่ได้ดำเนินคดีอะไร โดยทางศูนย์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ได้โทรมาประสานงานกับครอบครัวแล้ว ก็จะมีการติดต่อช่วยเหลือด้านจิตใจของ น.ส.ย้อย และตัวลูกสาวต่อไป

...

ทั้งนี้สาเหตุที่ น.ส.ย้อย ก่อเหตุ เป็นเพราะเครียดเรื่องส่วนตัว กับอาการป่วยที่เป็นแล้วไม่หาย และไม่ยอมบอกใครว่าเป็นอะไร ทางตำรวจก็ให้ทางครอบครัวคอยดูแลปลอบใจกันเพื่อให้คลายความเครียดลง.