ป๋าเหนาะเก็บตัวเงียบ หลังผลคะแนนพรรคเพื่อไทยพ่าย พลังประชารัฐ ทั้ง 3 เขต ด้าน กกต.สระแก้ว เผยไม่มีร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างเรียบร้อยดี

วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ของการเลือกตั้ง จ.สระแก้ว ทั้ง 3 เขต พรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนนำลิ่วทุกเขตเลือกตั้ง รวมสนามเลือกตั้งช้างชนช้าง ที่มีผู้สมัครเป็นคนในตระกูลเทียนทองลงแข่งขันกันเอง โดยเขต 1 คือ นายฐานิสร์ เทียนทอง ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ เขต 2 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ เขต 3 นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครั้งนี้สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่าง นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว เขต 3 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย บุตรชายของ นายเสนาะ เทียนทอง ลงได้ (ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เขต 1 พลังประชารัฐ 63,099 เพื่อไทย 19,097 เขต 2 พลังประชารัฐ 52,787 เพื่อไทย 21,901 เขต 3 พลังประชารัฐ 41,962 เพื่อไทย 34,141)

นายพงษ์เกตุ เติมกิจธนสาร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นการทั้ง 3 เขตของสระแก้ว เป็นของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนบัตรดี คิดเป็นร้อยละ 93.52 บัตรเสีย 5.23 บัตร ไม่ออกเสียง(โนโหวต) 1.16 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 425,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 317,748 หรือร้อยละ 74.63

“การเลือกตั้งที่ผ่านมาถือว่าในภาพรวมเรียบร้อยดี แม้ผู้ออกมาใช้สิทธิ์จะไม่ถึงเป้าแต่ก็ถือใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าไว้ ในการข่าวเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง ยอมรับว่ามีข่าวมาบ้าง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ไม่พบในรายละเอียดที่ชัดเจน แต่ถ้าพี่น้องประชาชน หรือผู้สมัครพบเห็นหรือมีข้อมูลการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ก็ยังสามารถร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปล้อมบ้านนายเสนาะ เทียนทอง ทาง กกต.ไม่มีข้อมูลหรือการแจ้งข้อมูลใดๆ รวมถึงการนับคะแนนบัตรเกิน หรือปัญหาต่างๆ ไม่พบว่ามีการร้องเรียน ซึ่งต้องรอสรุปเรื่องจากทั้ง 3 เขตอีกครั้ง"

ความเคลื่อนไหว่ลาสุด จากบ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง ริมถนนสุวรรณศร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ภายหลังมีข่าวถูกล้อมบ้าน เมื่อคืนวันที่ 23 มี.ค. ภายหลังเลือกตั้ง ยังไม่มีบุคคลออกพูดถึงเรื่องผลการเลือกตั้งแต่อย่างใด  

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วถือเป็นการแข่งขันกันเองของตระกูลเทียนทอง โดยหลานของนายเสนาะ 2 คน ได้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในเขต 1 และเขต 2 ซึ่งนายเสนาะรู้สึกเสียใจที่หลานย้ายไปโดยไม่บอกกล่าว และประกาศชิงเก้าอี้ ส.ส.คืนให้พรรคเพื่อไทย จนเป็นที่มาของศีกสายเลือดดังกล่าว.