ตำรวจสุพรรณบุรีรวบฆาตกรโหด ที่ฆ่าชิงทรัพย์ยายวัย 74 ปี คาบ้านที่ ต.ทุ่งคอก หลังบุกเข้าบ้านไปก่อเหตุโดยทิ้งหลักฐานเป็นรอยเท้าเปล่า ก่อนคุมตัวไปทำแผนฯ รับสารภาพ ตอนแรกไม่คิดว่ายายจะตาย...

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุ นางทองมา ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 74 ปี ถูกฆ่าโหดในสภาพศพนัยน์ตาเหลือก ที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำ ลักษณะคล้ายถูกบีบคอ นอนหงายตายอยู่บนเตียง พบว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายและทรัพย์สินหายไป ในบ้านเลขที่ 89 หมู่ 1 บ้านหนองพง ต.ทุ่งคอก เหตุเกิดวันที่ 20 ม.ค.62 ที่ผ่านมา โดยคนร้ายทิ้งหลักฐานไว้คือ "รอยเท้าเปล่า" ของคนร้ายที่งัดหน้าต่างแล้วย่องเข้าไปก่อเหตุ ได้สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง และเงินสดกว่า 20,000 บาท 

ล่าสุดวันนี้ เวลา 10.00 น. ที่ ภ.จว.สุพรรณบุรี พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.วริทธิ์พงษ์ ทัฬหวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ธนกฤต จันทร์ชีระ ผกก.สภ.ทุ่งคอก ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายจักรกฤษณ์ หรือ อาร์ท การภักดี อายุ 30 ปี ชาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช่ก่อเหตุ ฮอนด้า สีแดง ทะเบียน ขตต 832 นครปฐม ส่วนทองรูปพรรณหนัก 1 บาท และสร้อยข้อมือ 1 สลึง นายอาร์ทได้นำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน อ.อู่ทอง ส่วนกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนของผู้ตาย ได้ขี่รถ จยย.ไปโยนทิ้งไว้ในคลองชลประทานในหมู่บ้าน ก่อนหลบหนีไป 

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามคนร้ายมาอย่างต่อเนื่อง และสืบทราบว่าคนร้ายได้ไปตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในอีกหลายพื้นที่และมีหมายจับของ สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น จึงได้ออกติดตามและสามารถจับกุมได้ที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี โดยผู้ต้องหารายนี้ถือว่าเป็นบุคคลอันตราย เมื่อก่อเหตุทุกครั้งจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ และไม่สวมรองเท้า จึงทิ้งรอยเท้าไว้เป็นหลักฐานสำคัญให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

...

ด้าน พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เปิดเผยว่า สำหรับคนร้ายรายนี้ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ตาย เป็นคน อ.ด่านช้าง แต่มาได้ภรรยาและมีครอบครัวที่นี่ และบ้านอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายไปประมาณ 3-4 กม. หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไป จากนั้นตำรวจได้ออกสืบสวนติดตาม และสามารถไปตามจับกุมตัวที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางทองมา จากการตรวจสอบ นายอาร์ทนั้นได้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ มีหมายจับของ สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และประวัติอาชญากรอย่างโชกโชน ทั้งคดีลักทรัพย์ สภ.เมืองปทุมธานี คดีหลบหนีที่คุมขัง สภ.สามโคก ปทุมธานี คดีข่มขืน สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยหลังเกิดเหตุ จนท.ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก และ จนท.ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เร่งทำงานเพื่อคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำจำนวนหลายราย มีการตรวจ DNA และรอยเท้าที่อยู่ในเกิดเหตุ และสืบสวนสอบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือใคร โดยผู้ก่อเหตุนั้นมีพฤติกรรมไม่ใส่รองเท้า ลงมือก่อเหตุด้วยเท้าเปล่า จะอาศัยจังหวะตอนมืด และรู้ว่ายายอยู่บ้านคนเดียว จึงงัดหน้าต่างและปีนเข้าไปในบ้าน จากนั้นขโมยทรัพย์สิน และลงมือทำร้ายยาย อย่างเหี้ยมโหดจนเสียชีวิต และหลบหนีไป 

จากนั้น ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งคอก และ กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้นำกำลังกว่า 30 นาย ควบคุมตัว นายจักรกฤษณ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกคือ จุดที่ นายอาร์ท นำทองรูปพรรณของยายไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน อ.อู่ทอง และ จุดที่สอง นำกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนของยายไปทิ้งคลองชลประทาน ในหมู่บ้าน ที่ ต.ทุ่งคอก เบื้องต้นนายอาร์ทให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ที่ทำไปเพราะมีความรับผิดชอบหลายอย่างไม่มีเงินเลี้ยงดูภรรยาและลูกอีก 2 คน และที่ทำร้ายยายไม่คิดว่ายายจะเสียชีวิต คิดว่าสลบไปเฉยๆ 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าในทางช่องทางที่ทำขึ้นไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนลูกชายของผู้เสียชีวิต นายสม ส่ำสมบูรณ์ชัย อายุ 55 ปี กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ จนท.ทุกนายที่ทำคดีนี้ ที่ได้ช่วยติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ เพื่อที่จะไม่ไปก่อเหตุสะเทือนขวัญแบบนี้อีก.