อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ที่ จ.นครสวรรค์ ประสบความสำเร็จ 4 เดือน ขายได้ราคาดี มีกำไรกว่าทำนาปรัง
วันที่ 7 มี.ค. นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในระหว่างติดตาม
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสเป็นประธาน
เปิดงานวันรณรงค์และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา ณ แปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 5 ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ว่า ในพื้นที่การเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้เครื่องเก็บเกี่ยว เพราะเป็นแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการสาธิตการไถกลบตอซังข้าวโพดเพื่อให้เป็นปุ๋ยสำหรับการปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป
สำหรับเกษตรกรในอำเภอลาดยาว และอำเภอใกล้เคียงได้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 280 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 9,000 ไร่ ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 1,947 ตัน มูลค่า 13,786,524 บาท โดยมีสหกรณ์ศาลเจ้าไก่ต่อรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด และส่งต่อให้บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งราคาขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.30 บาท
...
โดยที่เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตเฉลี่ยที่ 5,660 บาทต่อไร่ และสหกรณ์จะรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรที่ระดับความชื้น 27-30% ในราคา 6.70-6.80 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายข้าวโพดเฉลี่ยอยู่ที่ 8,040 บาทต่อไร่ และเมื่อหักต้นทุนแล้ว จะมีกำไรเฉลี่ยไร่ละ 2,380 บาท คาดว่าจะมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ มีผลผลิตรวมปริมาณ 10,700 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 75 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่วางไว้ ทั้งเรื่องปริมาณผลผลิตต่อไร่ คุณภาพของข้าวโพดและราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร
“พื้นที่ตรงนี้ตามที่เกษตรกรรายงานว่า ในช่วงที่ต้นข้าวโพดเริ่มเจริญเติบโตได้เกิดหนอนกระทู้ระบาดทำให้ผลผลิตเสียหายไปส่วนหนึ่งแต่เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวพบว่าเกษตรกรยังมีผลผลิตที่มีกำไรและเป็นกำไรที่ดีกว่าการทำนาปรัง เกษตรกรก็ยังพอใจที่จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังฤดูทำนาต่อไป ส่วนในเรื่องการบริหารจัดการศัตรูพืชกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการหาแนวทางเพื่อป้องกันสำหรับฤดูการเพาะปลูกต่อไป โดนเน้นไม่ใช้สารเคมีแต่จะสนับสนุนให้เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ และการนำแมลงที่เป็นศัตรูของแมลงศัตรูพืชมาปล่อยให้มากขึ้น โดยจะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนของกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาทำงานร่วมกันกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งครั้งนี้หากลดการระบาดของหนอนกระทู้ได้ก็ย่อมเพิ่มกำไรให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
ทางด้านนายเชือก คำนึก เกษตรกร ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรรค์ ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยใช้พื้นที่ 70 กว่าไร่ที่เดิมทำนาข้าวมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กล่าวว่า เดิมตนใช้พื้นที่ทำนาปรังเมื่อมีเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตรมาแนะนำให้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทนจึงเข้าร่วมโครงการฯ ในระหว่างการปลูกก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและแนะนำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 เดือน ที่ปลูก ทำให้อุ่นใจและเมื่อถึงวันเก็บเกี่ยวพบว่าขายได้ราคาดี มีกำไรมากกว่าทำนาปรับครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่ต้นทุนการเพาะปลูกก็น้อยกว่าด้วย
“4 เดือนที่ปลูกตั้งแต่เตรียมดินหยอดเมล็ดพันธุ์ จนถึงวันเก็บเกี่ยวให้น้ำในแปลงปลูกเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับนาข้าวแล้วแตกต่างกันมาก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้น้ำน้อยกว่าและในการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ก็จะไถกลบตอซังข้าวโพดด้วยเพื่อให้เป็นปุ๋ยสำหรับการปลูกข้าวในช่วงต่อไป ทำให้ประหยัดการใช้ปุ๋ยเป็นการลดต้นทุนได้มากอีกด้วย” นายเชือก คำนึก กล่าว
สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ได้ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาปีการผลิต 2561/62 ทั้งหมด 14 อำเภอ พื้นที่ 69,767 ไร่ เกษตรกร จำนวน 3,870 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560/61 จำนวน 13,409 ไร่ หรือร้อยละ 23.8 สำหรับในปีการผลิต 2561/62 คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 84,627.4 ตัน คิดเป็นมูลค่า 590.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์โครงการให้แก่เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ การรับสมัครเกษตรกร การจัดทำแปลงเรียนรู้ ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว.
...