กฟภ.เยียวยาครอบครัวแม่ค้าขายองริมหาดชะอำ ชะตาขาดถูกสายไฟฟ้าแรงสูงขาดพาดคอช็อตดับ จำนวน 3 แสน ขณะที่รองผู้จัดการฯ ควักกระเป๋าช่วยค่างานศพอีกต่างหาก 6 พันบาท

จากกรณีเกิดเหตุสายไฟฟ้าแรงสูง ขาดตกลงมาพาดร่างของ นางสมพร เพ็ชรภักดี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 1 ต.ท่าบัว อ.โพทะเล จ.พิจิตร แม่ค้าริมหาดชะอำ ส่งผลให้ถูกไฟช็อตย่างสดเสียชีวิต บริเวณทางเท้า หน้าคอนโดฯแสงทอง ถนนเลียบชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 22 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 ก.พ.62 ที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายสมพิศ เกิดอู่ม รองผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ชะอำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพูดคุยกับครอบครัวของ นางสมพร อายุ 45 ปี แม่ค้าริมหาดชะอำผู้เสียชีวิต โดยทาง กฟภ.ได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่ น.ส.ศิรินันท์ บุณนนท์ อายุ 28 ปี (ลูกสาวคนโตของผู้ตาย) และ น.ส.วรรณวิมล บุญนนท์ อายุ 27 ปี (ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย) อยู่บ้านเลขที่ 99 ม.1 ต.หินกอง อ.สุวรรรภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และครอบครัว จำนวน 3 แสนบาท อีกทั้ง นายสมพิศ รองผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ชะอำ ได้นำเงินส่วนตัวช่วยเหลืออีก 6,000 บาท เพื่อช่วยในการจัดงานศพของผู้ตาย

โดย นายสมพิศ เกิดอู่ม รองผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ชะอำ กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวทางการไฟฟ้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ค่อยประสานติดต่อครอบครัวของผู้ตายอยู่ตลอด จนมาวันนี้ตนเองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าครอบครัวผู้ตายเดินทางมาติดต่อแล้ว ตนเองจึงเร่งเดินทางไปพูดคุยกับครอบครัวผู้ตาย โดยได้ข้อสรุปว่า ทาง กฟภ.ได้ทำการช่วยเหลือเยียวยาและค่าปลงศพแก่ครอบครัวผู้ตายเป็นเงิน จำนวนเงิน 300,000 บาท จากนั้นทางญาติๆ ของผู้ตายก็จะดำเนินการนำศพไปประกอบพิธีฌาปนกิจศพยังบ้านเกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด

...

ส่วนทางด้าน น.ส.ศิรินันท์ บุณนนท์ อายุ 28 ปี ลูกสาวคนโตของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุ ขอเพียงว่าจะดำเนินการเรื่องศพมารดาให้ดีที่สุด

ขณะที่ นายสมพิศ เกิดอู่ม รองผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ชะอำ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน จะมีลมแรง อีกทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงต้นดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณริมชายหาด จึงทำให้เกิดคราบเกลือจากความเค็มของน้ำทะเล ขึ้นมาเกาะที่สายไฟ จนทำให้สายไฟเกิดมีคราบออกไซด์มากเกินไป ทำให้เกิดการช็อตและระเบิดของสายไฟฟ้าจนสายขาด หรืออุปกรณ์ชำรุด จนทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

กฟภ.ได้มีแนวทางการป้องกันและแก้ไข โดยการจัดส่งพนักงานคอยตรวจเช็กสายไฟ และจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งบางจุดการตรวจสอบก็ไม่ชัดเจน จึงฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและชาวบ้าน หรือผู้ประกอบการที่ใช้ไฟ ถ้าพบเห็นอุปกรณ์ชำรุดหรือเหตุการณ์ไม่ปกติ เกี่ยวกับสายไฟฟ้าสามารถแจ้งได้ที่กาไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ทาง กฟภ.ได้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย.