“ยุทธการกวาดลานวัด” กองปราบฯล็อกผู้ต้องหาหนีคดีซุกผ้าเหลืองเพิ่มอีกราย ก่อคดีพยายามฆ่าจาก อ.ท่าศาลา เมืองคอน และ อ.เกาะสมุย สุราษฎร์ฯ แล้วหนีมาบวชที่วัดในบางปลาม้า จ.สุพรรณฯ เมื่อ 15 ปีก่อน จนได้ตำแหน่งเจ้าอาวาส ขณะเดียวกัน พระลูกวัดที่ร้อยเอ็ด ที่ถูกจับคดีกระทำชำเราและเกิดช็อกระหว่างสึก เสียชีวิตแล้ว ด้าน “สุวพันธุ์” เด้งรับ จัดบรรจุหลักสูตรอบรมก่อนบวช-หลังบวช สอบประวัติเข้มกันคนหนีคดี
ภายหลังตำรวจกองปราบฯเปิดยุทธการ “กวาดลานวัด” จับผู้ต้องหาก่อคดีแล้วหนีไปบวชเป็นพระ โดยเปิดฉากจับกุมได้เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ 18 คน ในความผิดต่างๆ ล่าสุดจับสึกอีก 1 รูป หนีคดีมาบวชเป็นพระจนได้ตำแหน่งเจ้าอาวาส เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ศรียาภัย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายปพนสรรค์ เพ็ชร์พันธุ์ หรือพระครูสังฆรักษ์-ปพนสรรค์ กนตธัมโม อายุ 40 ปี เจ้าอาวาสวัดรอเจริญ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี อยู่บ้านเลขที่ 143/2 หมู่ 4 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 24 พ.ย.2547 และหมายจับศาลจังหวัดสมุย ลงวันที่ 2 มิ.ย.2548 ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่า, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ใน ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง” จับได้ที่หน้าวัดรอเจริญ บ้านยอด หมู่ 1 ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
พ.ต.ท.วิศิษฏ์กล่าวว่า เมื่อปี 2547 นายปพนสรรค์ร่วมกับพวกก่อเหตุยิงวัยรุ่นคู่อริต่างหมู่บ้าน บาดเจ็บสาหัสในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต่อมา 2548 ยังใช้ปืนยิงผู้อื่นอีกครั้งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนหลบหนีไปบวชเป็นพระภิกษุที่วัดรอเจริญ จ.สุพรรณบุรี นานถึง 15 ปี จนได้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ต่อมาสืบทราบ ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คดี หนีมาบวชเป็นพระที่วัดดังกล่าว ตามไปจับกุมได้ในสภาพนั่งเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ ก่อนนิมนต์พระครูสิริวรธรรมาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดลานคา เจ้าคณะตำบลบางปลาม้า เขต 1 ทำพิธีสึก
...
สอบสวนนายปพนสรรค์รับสารภาพในคดี ที่ สภ.ท่าศาลา ส่วนคดีที่ สภ.เกาะสมุย ให้การปฏิเสธ สำหรับสาเหตุที่ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ เพราะประสบอุบัติเหตุรถชนขณะบวชเป็นพระที่วัดนี้ เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
มีรายงานจาก จ.ร้อยเอ็ด ในเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน ร.ต.อ.กริน จันทวิภาค รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.ร้อยเอ็ด มีพระมรณภาพ ไปตรวจสอบพบศพพระสวัสดิ์ ชินบุตร อายุ 63 ปี พระลูกวัดวัดราษฎร์บำรุง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โดยก่อนหน้าเสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ร.ต.อ.วิชัย ประเสริฐสังข์ รอง สว. กก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุมพระสวัสดิ์ที่วัดดังกล่าว ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ลงวันที่ 9 ม.ค.2547 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี แต่ระหว่างทำพิธีสึก พระสวัสดิ์ช็อกหมดสติ เพราะป่วยมีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลรักษาตัว กระทั่งเสียชีวิตในช่วงเที่ยงวันนี้
อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกกวาดล้างจับกุม และกวาดล้างผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีคดีไปบวชเป็นพระตามวัดต่างๆว่า ทางคณะสงฆ์มีกติกาและมีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์ จะต้องมีหลักเกณฑ์กลั่นกรองและตรวจสอบผู้ที่จะเข้ามาบวชทั้งทางธรรมและทางโลก โดยทางโลกจะประสานกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจดูประวัติ รวมถึงประสานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะป้องกันคนที่มีพฤติกรรมไม่ดีเข้ามาอาศัยผ้าเหลือง
เมื่อถามว่า วัดต่างๆต้องมีมาตรการตรวจสอบผู้ที่ต้องการบวช หรือตรวจสอบประวัติของบุคคลที่จะบวชก่อนหรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า ตอนนี้มีการปรับปรุงเรื่องมาตรการกลั่นกรองคนที่จะมาบวชและเรื่องการอบรมและศึกษา ต่อไปนี้จะไม่ใช่แค่การบวช 15 วัน หรือ 1 เดือน แต่ต้องมีหลักสูตรการอบรมทุกคนที่เข้ามาบวช และหลังบวชที่จะต้องมีการมาเรียนเพิ่มเติม เหล่านี้จะเป็นมาตรการที่ใช้ป้องกัน วันนี้เท่าที่รับทราบพระสังฆาธิการได้พูดคุยกันเรื่องนี้ และต้องการให้มีความเข้มงวด เพราะสังคมเฝ้าดูอยู่โดยระเบียบดังกล่าวมีการบังคับใช้แล้ว เป็นประกาศของคณะสงฆ์ เรื่องแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท