บิ๊กฉัตร ไป อ.แม่วงก์ เดินหน้าลุยแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซากลุ่มน้ำสะแกกรัง ดับทุกข์ชาวปากน้ำโพ-อุทัยธานี ด้าน “สทนช.” เร่งแผนพัฒนาพื้นที่ Area Based สะแกกรังตอนล่างแบบยั่งยืน...

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง โดยมีนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซากมาอย่างยาวนาน เนื่องจากยังขาดแหล่งเก็บกักน้ำที่มีความจุเพียงพอกับปริมาณน้ำจำนวนมากของลุ่มน้ำสะแกกรังในช่วงฤดูฝน รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทำการศึกษาและวิเคราะห์พื้นที่ Area Based ลุ่มน้ำสะแกกรังตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่ 58 ตำบล 10 อำเภอในจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี มีพื้นที่เสียงภัยน้ำท่วม จำนวน 124,200 ไร่ และพื้นที่ภัยแล้ง จำนวน 375,900 ไร่ ในจำนวนดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่เดียวกันมากถึง 29,500 ไร่ รวมเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด 529,600 ไร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 56,700 ครัวเรือน และมีปริมาณน้ำขาดแคลนด้านการเกษตรประมาณ 214 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และปริมาณน้ำส่วนเกินท่วมขัง 120 ล้าน ลบ.ม.

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่วงก์ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ ในปี 2555 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำแม่วงก์ เพื่อตัดยอดน้ำก่อนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน และเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่โครงการถูกระงับไป เนื่องจากติดปัญหาผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ จึงทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างระหว่างผู้ที่สนับสนุนโครงการ และผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการโครงการ

...

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า รัฐบาลปัจจุบันจึงพยายามให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน มีการรับฟังข้อเสนอการบริหารจัดการน้ำจากกลุ่มอนุรักษ์ ทั้งการเก็บน้ำในลำน้ำ โดยทำประตูระบายน้ำเขาชนกัน การขุดลอกทางน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้บางส่วน แต่เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ สทนช. ศึกษา SEA ลุ่มน้ำสะแกกรังเพื่อวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำทั้งระบบ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2563 พร้อมเร่งรัดพัฒนา Area Based ลุ่มน้ำสะแกกรังตอนล่างอย่างเร่งด่วน เพื่อกู้วิกฤติภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน สทนช. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรังที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในปี 2562 ว่า ได้เตรียมแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ ใน 3 จังหวัดคือ กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี จำนวน 133 โครงการ เพิ่มความจุเก็บกักรวมทั้งสิ้น 3.59 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 4,883 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 5,167 ครัวเรือน อาทิ 1.การก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ (ระยะที่ 1) 2.การก่อสร้างฝายหมู่ 7 คลองวังหลวงพร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี 3.การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยใหญ่ หมู่ที่ 10 ตำบลสร้อยละคร อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ 4.การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหินลับตอนบน บ้านตะกุด หมู่ที่ 5 ตำบลวังซ่าน อำเภอแม่วงก์จังหวัดนครสวรรค์ 5.ก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นาขนาด 1,260 ลบ.ม. ในอำเภอลาดยาว 5 แห่ง และ 6.การก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานี ระยะที่ 5 จังหวัดอุทัยธานี พื้นที่ได้รับการป้องกันและลดผลกระทบ 1,786 ไร่ นอกจากนี้ ในปี 2563 ยังมีแผนการพัฒนาแหล่งน้ำต่อเนื่องใน 2 จังหวัดคือ นครสวรรค์และอุทัยธานี อีกจำนวน 208 โครงการ เพิ่มความจุเก็บกักรวมทั้งสิ้น 3.14 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 29,080 ไร่

ส่วนประชาชนได้รับประโยชน์ 5,660 ครัวเรือน ประกอบด้วย การขุดขยายลำน้ำแม่น้ำตากแดด จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 21,000 กิโลเมตร มีพื้นที่ที่ลดผลกระทบ 60,000 ไร่ 2.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบึงขุมทรัพย์พร้อมปรับปรุงลำน้ำ พื้นที่ที่ลดผลกระทบ 3,000 ไร่ 3.อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำบริเวณเขาหลวง ปริมาณน้ำต้นทุน 0.95 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์ 210 ครัวเรือน

4.เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสะแกกรัง หมู่ที่ 5 - หมู่ที่ 7 (หน้าวัดบางกุ้ง) ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ป้องกันตลิ่ง 1,000 เมตร 5.ค่าวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ หมู่ 3 ตำบลดอนขวาง ถึงหมู่ 3, 2, 5, 6, 1 และ 4 ตำบลหนองไผ่แบน อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ประชาชนได้รับประโยชน์ 310 ครัวเรือน และ 6.จัดทำข้อมูลชุมชนและแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย (Watershed Profile) จำนวน 19 ลุ่มน้ำย่อย ส่วนปี 2564 ยังได้เร่งพัฒนาโครงการสำคัญลุ่มน้ำ.