ทนายวันชัย ไขข้อข้องใจ "น้องต้าแง" ไม่ได้ตายเอง ตร.ชี้ฝีมือ หนุ่มสติไม่ดี พาไปเล่นแล้วตกน้ำ ถือว่ามีความผิด แต่ไม่ต้องรับโทษ ชี้พ่อแม่เด็กที่เสียชีวิตมีส่วนผิด...
ล่าสุดวันที่ 29 ธ.ค. พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี แถลงคดีดังกล่าวว่า น้องต้าแง ไม่ได้เสียชีวิตเอง โดย นายฝน คนในพื้นที่ซึ่งสติไม่สมประกอบ ได้พาเด็กไปเล่นน้ำภายในไร่อ้อย จนตกร่องน้ำ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ และเสียชีวิตในที่สุด
เบื้องต้นมี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผู้กำกับการ สภ.สระยายโสม เปิดเผยกับทีมข่าวว่า มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 "ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท” นอกเหนือจากนี้ต้องรอการสืบสวน และผลชันสูตรต่อไป
ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย อย่าง นายวันชัย สอนศิริ ทนายความชื่อดัง ถึงกรณีคนสติไม่ดีที่มีส่วนทำให้เด็กเสียชีวิต โดยทนายความชื่อดังให้ความเห็นว่า
...
“ความผิดของคนบ้า หรือคนที่มีจิตบกพร่อง โรคจิต จิตฟั่นเฟือน กฎหมายถือว่า เป็นความผิด แต่กฎหมายก็ยังบอกไว้อีกว่า ไม่ต้องรับโทษ” ทนายวันชัย กล่าว
โดยประมวลกฎหมายอาญา ระบุว่า มาตรา 65 ผู้ใดกระทำความผิด ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้กระทำความผิด จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า กระทำความผิดในขณะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตัวเองได้ โดยจะต้องนำผลการรักษาโรคจิต หรือนำความเห็นของแพทย์มาแสดงต่อศาล
ส่วนประเด็นที่ว่า พ่อแม่ หรือครอบครัวของคนสติไม่ดี จะต้องเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือไม่นั้น ทนายวันชัย ให้ความรู้ว่า กรณีคนบ้ากระทำความผิดนั้น สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิดและบิดามารดาหรือผู้อนุบาล (ถ้ามี) เนื่องจากกฎหมายต้องการให้บิดามารดาหรือผู้อนุบาลดูแลเอาใจใส่คนวิกลจริตไม่ให้ออกไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้บิดามารดาหรือผู้อนุบาลร่วมรับผิดชอบกับผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวัง ตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น
“แต่พิจารณาดูแล้ว ครอบครัวของนายฝน หนุ่มสติไม่ดีนั้น ค่อนข้างยากจน หากพูดกันไปตามจริงแล้ว พ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิตอาจไม่ได้อะไร และพ่อแม่จะมีความผิดเสียด้วย”
ขณะที่ พ่อแม่อาจมีความผิดฐานทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ซึ่งความผิดฐานนี้เป็นกรณีที่ผู้นั้นทอดทิ้งเด็กซึ่งอายุยังไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่ใดๆ เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทําให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ทั้งนี้ เพราะกฎหมายถือว่าเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้
โดยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 306 บัญญัติว่า “ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใดเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
...
นอกจากนี้ ทีมข่าว ได้พูดคุยกับเจ้าของพื้นที่อย่าง นายโชติ เอี่ยมสอาด นายกอบต.สระพังลาน ถึงประเด็นดังกล่าว ได้ความว่า “คนสติไม่สมประกอบคนนี้ ชื่อ นายฝน อายุราวๆ 19-21 ปี เป็นคนยากจนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ผมเจอฝนทุกวัน เพราะเขาจะเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ อบต.ทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบสำนักงาน ซึ่งท่าทีของเขานั้น เป็นคนน่าเอ็นดู ไม่มีพิษมีภัย และไม่มีท่าทีที่จะทำร้ายใครได้ ออกจะเป็นคนขี้ขลาดเสียด้วยซ้ำ”.