คนขับรถไถ ยันไม่เกี่ยวข้องการตายของน้องต้าแง ด้าน รองผู้การสุพรรณบุรี แถลงผลชันสูตรไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เบื้องต้นคาดเดินหลงไร่อ้อย แล้วขาดอาหารและน้ำจนเสียชีวิต...
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2561 นายสมาน วงษ์กัณหา อายุ 44 ปี คนขับรถไถนา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตายของเด็กแต่อย่างใด ในช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันที่เด็กหายตัวไป ตนยอมรับว่าตนขับไถนาห่างจากจุดที่เด็กหายไปประมาณ 300 เมตร ซึ่งเห็นว่ามีเด็กยืนเล่นกันอยู่ 2 คน แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เมื่อทำงานเสร็จก็ขับรถไถนากลับบ้าน จนกระทั่งตอน 5 โมงเย็นก็มาทราบว่ามีเด็กหายตัวไป ตนก็ได้ช่วยออกไปตามหาด้วยแต่ไม่พบ
ต่อมา วันรุ่งขึ้นก็ได้เตรียมตัวออกไปไถไร่อ้อยตามปกติ ส่วนที่เปลี่ยนตัวหางไถ ก็เนื่องจากว่าเมื่อทำการไถคาดดินด้วยหางไถขนาดใหญ่แล้ว พออีกวันก็ต้องเปลี่ยนหางอันใหม่เพื่อให้ไถดินได้ละเอียดขึ้น ซึ่งการทำแบบนี้คนขับรถไถทุกคนก็ทราบดีว่าต้องทำแบบนี้ ตนก็จะไม่หนีไปไหนเพราะบ้านอยู่ที่นี่ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกอย่าง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าตนไม่มีส่วนในการเสียชีวิตของเด็กคนนี้แน่นอน
...
ด้าน นายเชียร แซ่ตัน อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านใกล้จุดเกิดเหตุเด็กหาย เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเด็กอายุแค่ 2 ขวบ จะเดินหลงไร่อ้อยไปได้ไกลถึง 5 กม. ซึ่งเมื่อวันที่เกิดเหตุเด็กหาย ตนก็กำลังเก็บถั่วอยู่ภายในไร่ตน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณครึ่งกิโลเมตร เมื่อกลับบ้านตอนเย็นได้ทราบข่าวจากเพื่อบ้านว่ามีเด็กหาย ก็ได้ออกไปช่วยค้นหาจนค่ำ จากนั้นก็ติดตามข่าวและไปดูที่เกิดเหตุทุกวัน จนกระทั่งมาพบเด็กกลายเป็นศพดังกล่าว ซึ่งคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนเพื่อหาความกระจ่างในสาเหตุการตายครั้งนี้ให้ได้ ว่ามาจากสาเหตุอะไร
ต่อมา เมื่อเวลา 16.30 น. ทนายรณรงค์ แก้วเพชร ได้เดินทางมาที่ สภ.สระยายโสม พร้อมด้วยญาติของเด็กที่เสียชีวิต พร้อมได้เข้าพูดคุยกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จากนั้นได้ออกมาเปิดเผยว่า ส่วนตัวตนไม่เชื่อว่าสาเหตุการตายจะเกิดจากการขาดน้ำขาดอาหาร ซึ่งทางญาติก็ยังติดใจในประเด็นเรื่องรถไถนา ซึ่งหลังจากศพได้ส่งกลับมาจากการผ่าพิสูจน์แล้วจะยังไม่มีการประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งทางญาติจะขอให้ส่งไปชันสูตรตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อีกครั้ง
ต่อมาเวลา 19.30 น. พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบก.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม ได้ร่วมกันแถลงผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ ทราบว่า สภาพศพเน่า และไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย กระดูกไม่มีรอยแตกหัก กะโหลกไม่มีรอยยุบ มีแต่รอยถูกสัตว์กัดแทะ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5-10 วัน อาจมีความเป็นไปได้ว่า ด.ช.ซูลุยผิว อาจเดินหลงในไร่อ้อย และขาดอาหารและน้ำ เกิดจากการขาดอากาศหายใจ และการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด.