เศร้า สุดแรงยื้อหญิงนักปั่นที่ถูกกระบะชนขณะร่วมปั่นการกุศลสิ้นใจแล้ว สามีและลูกสาว เผยแม้จะสูญเสียครั้งใหญ่แต่ภูมิใจที่แม่ได้ทำความดีให้สังคม เตรียมส่งศพกลับบ้านที่สงขลา...

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นางปิยะนุช ศรประสิทธิ์ อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์กระบะ ของนายพงษ์เทพ สังข์ทอง อายุ 28 ปี อาชีพรับจ้าง ขับรถกระบะพุ่งเข้าชนขณะที่ น.ส.ปิยะนุช ถีบรถจักรยานอยู่บนถนนเพชรเกษม ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ในโครงการปั่นปันบุญ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะได้รับการกระแทกอย่างแรง ปอดช้ำ ซี่โครงหัก ต้องนำตัวเข้าห้องไอซียู จนกระทั่ง เวลา 06.30 น. ของวันที่ 19 ธ.ค.61 นางปิยะนุช ได้หายใจอ่อนลงและเสียชีวิตแล้วที่ห้องไอซียู ชั้น 2 โรงพยาบาลนครปฐม 

บรรยากาศด้านหน้าห้องไอซียู มีนายธีระนันท์ ศรประสิทธิ์ อายุ 56 ปี สามีของนางปิยะนุช น.ส.พรรณกร ศรประสิทธิ์ หรือ น้องหญิง อายุ 21 ปี และ นายอรุณ คงมงคล ประธานชมรมจักรยานนาม่วง จ.สงขลา มีอาการกระวนกระวาย พูดโทรศัพท์บอกกับบรรดาญาติเสียงสะอึกสะอื้น โดยในมือถือเอกสารของนางปิยะนุช เพื่อยื่นต่อโรงพยาบาล เพื่อนำศพของนางปิยะนุช กลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดสงขลา บ้านเกิด โดยทั้งหมดมีสีหน้าเคร่งเครียด บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

สามีของนางปิยะนุช กล่าวว่า ครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งจากการจากไปของภรรยา พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นว่า ในตอนแรกที่ทราบว่าจะมีโครงการปั่นจักรยาน นางปิยะนุชได้มาขออนุญาตเพื่อเข้าร่วมปั่นปันบุญ ตนเองเห็นว่าเป็นโครงการดี ช่วยเหลือสังคม จึงอนุญาตให้ไป เพราะเห็นว่าเป็นการทำความดี ประกอบกับภรรยาชอบปั่นจักรยานและเป็นคนแข็งแรงมากเมื่อมีการปั่นการกุศลในจังหวัดก็จะไปร่วมตลอด ไม่นึกว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็รู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา แต่ก็ยังมีความภาคภูมิใจในตัวของภรรยามาก ที่อย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่ดีงามตอบแทนเป็นการช่วยเหลือสังคม

แม้จะยังปั่นไม่จบโครงการ ปั่นจักรยานมาได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ยังไงก็รู้สึกภาคภูมิใจ อีกทั้งพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้รับความกรุณาจากโรงพยาบาลนครปฐม ที่ให้การดูแลอย่างดีจนถึงนาทีสุดท้าย และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่ถามไถ่ถึงอาการและเดินทางมาเยี่ยม ตนรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

ส่วน น.ส.พรรณกร ศรประสิทธิ์ หรือ น้องหญิง อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์เอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยหนานจิงซือฟานต้าซัว ประเทศจีน บุตรสาวของผู้ตาย เผยว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศจีน หลังจากทราบเรื่องว่าแม่ประสบอุบัติเหตุอาการสาหัส ก็รีบเดินทางกลับทันที ยังรู้สึกเสียใจอยู่ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังดีใจที่แม่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและเสียใจที่เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ไม่น่าจะเกิดขึ้น ในเมื่อแม่ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ต้องขอขอบคุณทุกๆ คน ทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน อีกทั้งยังได้รับความกรุณาจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงรับเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์

"การจากไปครั้งนี้ของแม่ ถือว่าเป็นความยิ่งใหญ่ของครอบครัว สำหรับศพของแม่นั้นตนเองได้เตรียมเสื้อผ้าสวยๆ ที่แม่ชอบ เป็นชุดไทยจิตรลดาสีเขียวไพร นุ่งผ้าถุงซิ่นสีแดงลายเขียว สวมใส่ให้ และยังโทรศัพท์ไปบอกพี่สาวให้เตรียมรองเท้าคู่ที่แม่ชอบ เห็นว่าซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใส่ ให้เตรียมไว้สวมใส่ตอนรดน้ำศพด้วย ทำเพื่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย"

ด้าน นายอรุณ คงมงคล ประธานชมรมจักรยานนาม่วง จ.สงขลา เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.นครปฐม พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม ได้นำพวงหรีดขึ้นมาเพื่อเป็นการไว้อาลัยแสดงความเสียใจที่ห้องไอซียู โดยทางครอบครัวตอนนี้ได้ปรึกษากันว่า จะเตรียมเคลื่อนย้ายศพออกจากโรงพยาบาลนครปฐม เวลา 16.00 น. ของวันที่ 19 ธ.ค.61 นี้ โดยศพจะออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าสู่วัดแม่เปียะ ต.คลองหรัง อ.นาหม่อม จ.สงขลา เพื่อเตรียมรดน้ำศพแล้วดำเนินการตามประเพณี ส่วนการกำหนดสวดพระอภิธรรมศพนั้น คาดว่าใช้เวลาเป็นอย่างน้อย 5 - 7 วัน เพื่อรอกลุ่มนักปั่นปันบุญเชียงใหม่ – หาดใหญ่ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 23 ธ.ค.61 มารวมตัวกันเพื่อมาร่วมงานศพด้วย 

ในส่วนของการเคลื่อนศพ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 ได้สั่งการให้จัดรถนำขบวนออกจากโรงพยาบาลไปจนสิ้นสุด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นจะเป็นรถของ จ.ชุมพรมารับช่วงต่อไปยัง จ.สงขลา พร้อมกับมีรถพยาบาลจาก รพ.นครปฐม ร่วมขบวนไปด้วยจนสิ้นสุดการเดินทาง.