เร่งล่าตัวแก๊งพรานป่าใจโหดลอบล่า “เลียงผา” สัตว์ป่าหายาก ชำแหละชิ้นส่วนกลางป่าในอุทยานฯแก่งกระจาน เชื่อฝีมือพรานพื้นบ้าน ใช้สุนัขที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ไล่ต้อนเข้ามุมอับ แล้วลั่นไก...
เมื่อวันที่ 19 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุสะเทือนใจแก๊งพรานป่าลักลอบฆ่าเลียงผาในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า ล่าสุด นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชุดลาดตระเวนทุกชุด เพื่อวางกำลังในการออกไล่ล่าแก๊งพรานป่าใจโหดดังกล่าว โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้จัดกำลัง ออกเป็นหลายสาย สายแรก มีการนำกำลังไปส่งสมทบกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทยประจัน จังหวัดราชบุรี เพื่อใช้เส้นทางโอบล้อมจากพื้นที่ราชบุรีเข้ามาสู่พื้นที่ป่าหนองหญ้าปล้อง ซึ่งเป็นแนวเขตรอยต่อของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับอุทยานแห่งชาติไทยประจัน
ส่วนสายที่ 2 ได้มีการจัดกำลังเดินเท้าติดตามรอยคนร้ายจากต้นแม่น้ำ บริเวณน้ำตกทอทิพย์ ลงมายังหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ส่วนชุดที่ 3 ได้มีการจัดกำลังทางน้ำ โดยใช้เรือล่องขึ้นไปยังต้นแม่น้ำและเดินลาดตระเวนตลอดแนวแม่น้ำเพชรบุรี และชุดสุดท้ายได้วางกำลังบริเวณใกล้หมู่บ้านเพื่อคอยสกัดจับกุมขณะเดินกลับเข้าหมู่บ้าน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมกำลังตำรวจ สภ.แก่งกระจาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรีได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านโป่งลึกบางกลอยเพื่อไปยังจุดที่เกิดเหตุ โดยจะมีการเก็บหลักฐานในบริเวณที่เกิดเหตุที่พบพรานกำลังชำแหละเนื้อเลียงผา เพื่อเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ใช้ประกอบในการ สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด
...
นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า จากการตรวจพิสูจน์ทราบเลียงผาที่ถูกล่า พบบริเวณระหว่างขาหน้า มีรอยกระสุนปืนลูกปรายจำนวน 26 รู และหัวกระสุนตะกั่ว 1 เม็ด ที่พบ ตรงกับปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ พร้อมกับกระสุนปืนที่เหลือ และปืนยาวอีก 2 กระบอก ชนิดลูกซอง โดยจากการสันนิษฐาน จากข้อมูลรายงานของชุดลาดตระเวนที่พบกับกลุ่มนายพราน เชื่อว่าเป็นพรานพื้นบ้าน ไม่ใช่นายพรานนอกพื้นที่ เนื่องจากมีการนำสุนัขมาช่วยในการไล่ล่า โดยจากหลักฐานที่พบเชื่อว่าเป็นพรานที่มีฝีมือฉมัง เนื่องจากมีการทำงานร่วมกันกับสุนัขที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี โดยมีการให้สุนัขไล่ต้อนเลียงผาจนเข้ามุมอับ แล้วจึงใช้อาวุธปืนยิง เนื่องจากสภาพรูกระสุนที่ซากเลียงผารวมเป็นกระจุกเดียว ซึ่งเป็นการยิงระยะใกล้
โดยหลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับผู้นำชุมชนในพื้นที่และชาวบ้านถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอความร่วมมือรวมทั้งจะใช้วิธีการกดดันเพื่อให้กลุ่มพรานเหล่านี้ออกมามอบตัว เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้สนธิกำลังเพื่อที่จะกดดันและจับกุมตัวเพื่อนำมาลงโทษเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เพราะเลียงผาเป็นสัตว์สงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะได้ตัวในระยะเวลาอันใกล้ หากไม่มีการหลบหนีเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งจากการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหมู่บ้านว่า กลุ่มผู้ล่ามี 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ที่ยังไม่ยอมเลิกการล่าสัตว์ป่า และมักใช้เวลาและจังหวะที่สบโอกาสแอบลักลอบเข้าไปล่า ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นชาวบ้านบางส่วนที่แอบขึ้นไปอยู่ที่บ้านใจแผ่นดิน โดยกลุ่มนี้จะล่าสัตว์ป่าเป็นหลัก มีทั้งเป็นการล่าเพื่อดำรงชีพและนำไปขายส่งให้กลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่าภายนอก
ขณะเดียวกัน นายวันชัย สิงโต ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบซากเก้งป่าถูกยิงและนอนตายที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างบ้านห้วยผาก -บ้านถ้ำเสือหมู่ 11 ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี จึงแจ้งให้สัตวแพทย์ของ ศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าห้วยทรายอำเภอชะอำ ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นซากเก้งป่าอายุประมาณ 4-5 ปีมีรอยกระสุนเข้าที่ง่ามขาหลังด้านซ้าย เป็นแผลฉกรรจ์ โดยเบื้องต้นคาดว่าถูกพรานใช้อาวุธปืน ซุ่มยิง และวิ่งหลบหนีมา นอนตายที่บริเวณดังกล่าว จนชาวบ้านที่เข้ามาหาเห็ดโคนพบเห็น จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าในช่วงนี้จะมีฝูงเก้งป่าลงมาหากินในบริเวณแถบนี้จึงทำให้มีกลุ่มนายพรานมาลักลอบล่า แต่คาดว่าเก้งถูกกระสุนปืนแล้ววิ่งหลบหนีมาตาย กระทั่งมีคนมาพบเห็นเข้าดังกล่าว.