ปส.ลุยค้นเครือข่าย25จุด! ตะลึงเงินหมุนเวียน‘500ล.’ ปล่อยของในสถานบันเทิง

ปส.ปูพรมค้น 25 จุด กทม.-ปริมณฑล ทลายเครือข่ายยาเสพติด “จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน” ล็อก 4 ผู้ต้องหาตรวจยึดทรัพย์สิน 24 ล้าน แฉทำเป็นระบบตั้งแต่หัวหน้ายันสมุน เริ่มตั้งแต่สั่งยานรก นำเข้าและลำเลียงมาซุกในคอนโดเมืองกรุง จากนั้นนำส่งให้พีอาร์สาวเครือข่ายในสถานบันเทิงกระจายยาขายลูกค้านักเที่ยว พบเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท อีกคดี “ผู้การกุ่ย” นำกำลัง ปส.4 รวบ 4 ผู้ต้องหาขณะขนยาเสพติดบิ๊กลอต 3 คันรถตู้คาด่านตรวจพยุหะคีรี

ปส.ทลายเครือข่าย “จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน” เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน รรท.ผบช.ปส. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2 และโฆษก บช.ปส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.อก.บช.ปส. ตัวแทนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ปปง. และกรมสรรพากร ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติดในสถานบันเทิง “พีอาร์เงินล้าน” ภายหลังปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 25 จุด ในพื้นที่ กทม. 22 เป้าหมาย และในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 อีก 3 เป้าหมาย

ผลปฏิบัติ จับกุม 1.นายประสงค์ หรือจ๊ะ มณีจิตต์ อายุ 29 ปี 2.นายสราวุธ ดวงทองคำ อายุ 21 ปี 3.นายเอกรินทร์ ศิลา อายุ 22 ปี และ 4.นายสันติภาพ อำพันเพ็ญโรจน์ อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนัก 210 กรัม ยาอี 14 เม็ด เคตามีน 2,813 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน เป็นรถยนต์ 4 คัน เงินสด 72,947 บาท คอนโดมิเนียม 5 ห้อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ 5 คัน สร้อยทอง เครื่องทองรูปพรรณ และนาฬิกา รวม 20 รายการ มูลค่ารวมกว่า 24 ล้านบาท จับกุม ทั้ง 4 คนได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านวุฒากาศ กทม. ในส่วนของนายสันติภาพยังมีหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายด้วย

มีรายงานว่า ปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติด “จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน” ครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 25 เม.ย.61 ตำรวจ จ.ชลบุรี จับกุมนายเอกนิธิ หรือกล้วย กอบชัยณรงค์ อายุ 24 ปี และ น.ส.หนึ่งฤทัย หรือมิว ภาคภูมิไทร อายุ 27 ปี พร้อมยาบ้า 294,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 3.7 กก. เคตามีน 4.1 กก. ยาอี 4,680 เม็ด จากการขยายผลพบว่า มีนายประสงค์และพวกอยู่เบื้องหลัง ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและจับกุมได้ในที่สุด

สำหรับพฤติการณ์เครือข่ายดังกล่าว จะมีนายประสงค์เป็นหัวหน้าคอยสั่งการ และรับยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ก่อนให้นายสันติภาพนำไปซุกซ่อนที่ห้องพักในพื้นที่ กทม. จากนั้นให้นายสราวุธทำหน้าที่เป็นคนส่งยาเสพติดไปยังจุดต่างๆ ตามคำสั่งนายประสงค์ ขณะที่นายเอกรินทร์เป็นคนคอยกดเงินที่ขายยาเสพติดได้ โดยขบวนการนี้ จะใช้พนักงานพีอาร์สาว ติดต่อซื้อขายกับลูกค้าตามสถานบันเทิง รวมถึงทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด เมื่อได้เงินมานายประสงค์และพวกจะนำไปเลี้ยงพีอาร์สาวที่สนิทสนม และตกแต่งรถจักรยานยนต์ จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้มีวงเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน รรท.ผบช.ปส.เปิดเผยว่า สอบสวนนายสันติภาพรับสารภาพ รับยาเสพติดมาจากนายประสงค์ ก่อนจะนำมาเก็บไว้ที่ห้องพักคอนโดที่เช่าย่านวุฒากาศ เดือนละ 12,000 บาท พักอยู่เพียงคนเดียวมานาน 5 เดือน แต่ละครั้งจะรับยามา 1-2 กระสอบ แต่ละกระสอบจะบรรจุไอซ์ 40-50 กก. มาเก็บไว้ที่ห้อง ก่อนจะกระจายต่อไปยังพีอาร์สาวๆในเครือข่ายตามสถานบันเทิงต่างๆ ติดต่อกับลูกค้านักเที่ยว

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชินภัทรยังแถลงสรุปผลปฏิบัติการ กรณี พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4 นำกำลังจับกุมนายอนันต์ ฉิมมิ อายุ 41 ปี นายณภัทร ศรีเหรา อายุ 38 ปี นายธีรชัย กล่อมประเสริฐ อายุ 40 ปี และนายอภิชาติ เหลือหลาย อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 10 กก. เคตามีน 1 กก. รถยนต์ตู้ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง จับกุมได้ที่ด่านตรวจค้นพาหนะ พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังรับแจ้งว่านายณภัทรกับพวกเป็นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ จะลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถตู้ลักษณะเป็นรถท่องเที่ยวขนยาเสพติด

3 คัน ผ่านเส้นทาง จ.เชียงราย ส่งต่อกลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ก่อนส่งต่อไปยังภาคใต้ กระทั่งพบรถตู้ต้องสงสัย 3 คัน ผ่านด่านตรวจยานพาหนะ เอกซเรย์พบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในช่องลับที่เจาะไว้ตามพื้น คอน–โซล และด้านข้างภายในรถตู้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้ง 4 คน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย” ดำเนินคดีและขยายผลต่อไป