ชาวบ้านใน อ.บางสะพาน ร้องเรียนโรงฆ่าสัตว์เอกชน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน รวมถึงมีการปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ นายอำเภอขีดเส้นตายให้เวลา 3 วัน แก้ไขปัญหา ไม่งั้นสั่งปิด

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.61 นายศักรินทร์ ทุมเสน นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากกำนันตำบลกำเนิดนพคุณ กรณีจากชาวบ้านหมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร้องเรียนปัญหาได้รับความเดือดร้อนกว่า 30 ครัวเรือน จากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งกลิ่นเหม็น จากบ่อบำบัดน้ำเสียและน้ำเสียไหลลงคลองสาธารณะ จากโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งของเอกชนในบริเวณใกล้เคียง ล่าสุดได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วนเพื่อหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา

นางกรกนก สุขสมจิตร อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีกลิ่นเหม็นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงฝนตก และช่วงกลางคืนมีเสียงหมูร้องสร้างความรำคาญจากโรงฆ่าสัตว์ จึงขอหน่วยงานที่รับผิดชอบปรับปรุงโรงงานให้สภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนหลายหน่วยงานแต่ไม่มีความคืบหน้า หลังจากพบน้ำเสียที่ปล่อยออกจากโรงงานมีสีดำเข้มส่งกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่วบริเวณ

นายปรีชา จิตต์ณรงค์ ปศุสัตว์อำเภอบางสะพาน เปิดเผยว่า ล่าสุด “ตนพร้อมด้วย นายจามร ศักดินันท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ, นายเกิดพงศ์ ทวีศักดิ์สมบูรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลกำเนิดนพคุณ เข้าตรวจสอบเหตุร้องเรียนตามที่ได้มีผู้ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องกลิ่นเหม็นและก่อความรำคาญจากโรงฆ่าสัตว์เอกชนในเขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ รวมถึงมีการปล่อยน้ำเสียออกนอกที่ตั้งของโรงฆ่าสัตว์ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น โดยคณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา โดยให้ผู้ประกอบการทำการแก้ไขและปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียในระยะสั้นด้วยการใช้จุลินทรีย์ อี เอ็ม (EM) และทำการลอกขยะที่ตกค้างในบ่อบำบัดน้ำเสียให้สะอาด ในระยะกลางให้ผู้ประกอบการเสริมระดับคันบ่อบำบัดให้สูงขึ้นพร้อมทั้งขุดลอกบ่อบำบัด และในระยะยาวให้ผู้ประกอบการปรึกษาบริษัทที่รับปรึกษาในเรื่องระบบ Cover Lagoon หรือบ่อเติมอากาศ บ่อแยกตะกอนและเติมอากาศให้กับบ่อบำบัดน้ำเสีย”

นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ กล่าวว่า “นายอำเภอได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวขึ้น โดยมีการเชิญทางอุตสาหกรรมจังหวัดและสิ่งแวดล้อมจังหวัด รวมถึงตัวแทนปกครองจากทางอำเภอและทางเทศบาล โดยภายหลังการเข้าตรวจสอบของปศุสัตว์อำเภอแล้ว จะให้เวลาแก้ไขเป็นเวลา 3 วัน และวันศุกร์นี้ ทางคณะกรรมการจะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง หากพบว่ายังคงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จะเสนอให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดและสิ่งแวดล้อมจังหวัดใช้อำนาจในการสั่งปิดเป็นการชั่วคราวจนกว่าปัญหาต่างๆ จะได้รับการแก้ไขไปในแนวทางที่ดีขึ้น”