ช้างป่าเพศเมียอายุ 40 ปี ตายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนท.ชันสูตรซากพบหญ้าเต็มกระเพาะ เชื่อเสียชีวิตตามธรรมชาติ ก่อนดำเนินการฝังกลบซาก ป้องกันโรคติดต่อ...
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2561 ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พบช้างป่าขนาดใหญ่ตายกลางป่า บริเวณหุบมะกรูด หมู่ 7 ใกล้กับบ่อน้ำบ่อที่ 5 จึงรายงานให้ นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เดินทางไปพร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงกชพร พิมพ์สิน นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และทีมสัตวแพทย์ทำการผ่าพิสูจน์ซากช้างป่า โดยมี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุกัญญาสันต์ ผกก.สภ.บ้านยางชุม เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.ประจวบคีรีขันธ์ ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ กองร้อยรักษาความสงบ ศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ฯลฯ ร่วมกันตรวจสอบเพื่อค้นหาวัตถุโลหะรอบบริเวณพื้นที่พบซากช้างป่า ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด
ทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบซากช้างป่าพบว่า เป็นช้างป่าเพศเมีย มีขนายขนาดเล็ก 2 ข้าง (งาช้างขนาดเล็ก) อายุประมาณ 40 ปี ด้วยการตรวจสอบอายุจากชิ้นส่วนฟันของช้างป่า สภาพเนื้อและผิวหนังเปื่อยยุ่ย มีหนอนแมลงวันจำนวนมาก คาดว่าเสียชีวิตมามากกว่า 7 วัน พบว่า ที่บริเวณปลายงวงมีรอยตัดคล้ายของมีคม ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หรืออาจเกิดจากกลไกตามธรรมชาติ ที่เกิดการแตกปริของหนังหุ้มปลายงวงจนหลุด ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ถูกตัดปลายงวงเพื่อนำไปทำเป็นของขลังนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากถูกตัดจริง ชิ้นส่วนงวงน่าจะถูกตัดยาวมากกว่านี้ อีกทั้งยังพบร่องรอยการกัดแทะของสัตว์ที่บริเวณปลายหาง ขา และงวงด้านบนบางส่วนด้วย
...
สัตวแพทย์ได้ผ่าซากช้าง พบรอยจุดเลือด ลักษณะช้ำ และพบอาหารจำนวนมากภายในกระเพาะอาหาร ตั้งแต่ทางเดินทางอาหารส่วนต้นไปจนถึงทางเดินอาหารส่วนท้าย ลักษณะไม่ย่อย จึงได้เก็บตัวอย่างอาหารไปตรวจสอบพร้อมกับชิ้นส่วนสำไส้ ตับ หัวใจ ปอด และไต ทั้งนี้ได้ส่งตัวอย่างชิ้นเนื้อตรวจที่ห้องแล็บจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าผลการตรวจจะใช้เวลาราว 2 เดือน
นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ จนมาพบซากช้างเข้า จึงได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อรอทีมสัตวแพทย์เข้ามาตรวจสอบ โดยปกติแล้วพื้นที่จุดที่พบซากช้างป่านี้เป็นพื้นที่หวงห้าม ไม่มีการท่องเที่ยว จะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย หากินของช้างป่ากุยบุรี อย่างอิสระ ไม่มีนักท่องเที่ยวรบกวน ซึ่งปัจจุบันอุทยานแห่งชาติกุยบุรี สำรวจพบปริมาณช้างป่าภายในอุทยานมากกว่า 300 ตัว มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากพบซากช้างป่าได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องแล้ว และรอผลตรวจของทีมสัตวแพทย์รายงานข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
จากนั้น นายธีรพันธ์ นันทกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี ตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดรวมไทย มาสวดบังสุกุลและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับช้างป่า ตามความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ จากนั้นได้ขุดหลุมขนาดใหญ่ ลึกกว่า 3 เมตร โรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรค และฝังกลบซากช้างป่าไว้ในบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อโรคไปติดต่อกับสัตว์ป่าชนิดอื่นได้.