หัวหน้าอช.แก่งกระจานออกมาย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงผิวทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งเพื่อความปลอดภัย ยันไม่มีการตัดถนนใหม่หรือขยายผิวทางเพิ่ม ขณะที่อดีตหน.อช.คนแรก เห็นว่า จำเป็นต้องปรับปรุง..

วันที่ 19 ต.ค.61 นายมานะ เพิ่มพูน หน.อช.แก่งกระจานเปิดเผยว่า กรณีมีความห่วงใยจากนักท่องเที่ยวและนักอนุรักษ์เรื่องการปรับปรุงผิวทางถนนสายบ้านกร่าง-เขาพะเนินทุ่งนั้น ตนเองขอยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการตัดถนนสายใหม่ แต่เป็นการปรับปรุงผิวทางสายเดิม ขนาดเท่าเดิม แต่ผิวทางที่ทำนั้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เพราะจะมีความแข็งแรง ทนทานกว่า

สำหรับทางสายนี้เป็นเส้นทางสูงชัน ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 กว่า 30 ปีแล้ว ทำให้ผิวทางเส้นนี้หมดสภาพและความเสียหายลุกลามไปจนถึงชั้นพื้นทาง โดยถนนสายนี้นอกเหนือจากเรื่องการท่องเที่ยวชมทะเลหมอก บนเขาพะเนินทุ่งแล้ว ยังใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการส่งกำลังลาดตระเวนอีกด้วย ปัจจุบันผิวทางหมดสภาพและเกิดอุบัติเหตุกับรถนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง


...

ขณะที่ นายสามารถ ม่วงไหมทอง อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานคนแรก ที่เป็นผู้สำรวจพื้นที่เพื่อประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ตอนนี้ถนนสายนี้แย่มาก ตนเองเคยบอกกล่าวกับผู้บริหารที่นี่ตลอดมาว่า ถนนนี้ต้องซ่อมแซม อย่าปล่อยให้เสียหาย ชำรุด เพราะหากละเลย จะทำให้ขึ้นไปไม่ถึงเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังลาดตระเวน รวมทั้งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย ส่วนประเด็นที่จะเป็นผิวลาดยาง หรือผิวคอนกรีตเสริมเหล็กนั้น ความเห็นส่วนตัว ดีที่สุดคือถนนลาดยางเพราะมันเข้าได้ดีกับธรรมชาติ แต่เมื่อเป็นลาดยางแล้วมันชำรุดเสียหายได้ง่าย อายุการใช้งานสั้น การซ่อมบำรุงทำได้ยาก

“ณ วันนี้ ได้เป็นผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก ก็ต้องทำไป เพื่อให้การเดินทางมันไปได้ ต่อไปเราก็สามารถลาดยางตามหลังได้ ช่วงนี้ก็ทำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กไป ต่อไปก็หางบมาลาดยางทับหน้าผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก จะยิ่งทำให้มีความทนทานมากกว่าเดิม”

ขณะที่ นายสุรพล นาคนคร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากเราเชื่อว่าถนนผิวทางลาดยางเข้ากับธรรมชาติได้ดีที่สุด ก็ควรเสนอความห่วงใยเหล่านี้ไปยังผู้มีอำนาจ เช่น กรมอุทยานฯ ผวจ.เพชรบุรี หรือรัฐบาลว่า ควรทำการลาดผิวยางทับหน้าอีกชั้นเพื่อให้เข้ากับธรรมชาติและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ก็จะสมประโยชน์ของทุกฝ่าย และจะได้เป็นบรรทัดฐานในการออกแบบทางในพื้นที่สำคัญๆ เหล่านี้ว่า หากทำแล้วต้องทำไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถทำได้

“วันนี้ความห่วงใยของทุกคนที่แสดงออกมาในโลกโซเชียลก็ด้วยจิตสำนึกที่จะคุ้มครองธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกันทุกคน”