รถทัวร์ส่งนักเรียนไปเข้าค่ายเกิดชนท้ายกันเองในขบวน บนถนนเพชรเกษม ขาเข้าเมืองนครปฐม หน้าวัตรทรงธรรมกัลยาณี มีคนขับรถทัวร์โดนอัดก๊อบปี้ขาติดออกไม่ได้ และนักเรียนบาดเจ็บเล็กน้อยอีกหลายราย...
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 16 ต.ค.61 ร.ต.อ.ชัยยุทธ อินแสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสปรับอากาศ บรรทุกนักเรียนไปทัศนศึกษา ชนท้ายกันเอง มีผู้บาดเจ็บทั้งคนขับและนักเรียน เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ขาเข้าเมืองนครปฐม หน้าวัตรทรงธรรมกัลยาณี ต.พระประโทน อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม หน่วยกู้ชีพ รพ.นครปฐม
ในที่เกิดเหตุพบรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น อีซูซุ สีแดง ทะเบียน 30-0888 สมุทรปราการ สภาพท้ายรถถูกชนพังเสียหาย ภายในรถมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายคน ห่างออกไป 5 เมตร ที่ท้ายรถพบรถทัวร์ปรับอากาศ 2 ชั้น มิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน 30-1971 สมุทรปราการ จอดอยู่สภาพหน้ารถพังยับเยิน กระจกแตกทั้งบาน ภายในที่นั่งคนขับรถพบนายสุรยนต์ คนเยี่ยม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 9 ต.หนองแม่แตง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร คนขับรถได้รับบาดเจ็บ ติดอยู่ภายในถูกคอนโซลหน้าอัดเข้าที่ขาและลำตัวไม่สามารถออกจากรถได้ มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง ใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงนำตัวออกมาได้ นำตัวส่งโรงพยาบาลนครปฐม ภายในรถยังมีนักเรียนบาดเจ็บเล็กน้อยหลายคนเช่นกัน
...
จากการสอบถาม นายเมธี วัฒนโยธิน อายุ 58 ปี ชาวบ้าน ซอย 43 ถนนสุขุมวิท ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ คนขับรถบัสอีซูซุ สีแดง คันแรก เผยว่า ขับรถบัสมาจาก จ.สมุทรปราการ รับนักเรียนจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ เพื่อไปเข้าค่ายที่ จ.กาญจนบุรี 3 วัน โดยขับตามกันมา รถของตนขับมาคันแรกบรรทุกเด็กนักเรียน จำนวน 48 คน ส่วนรถของนายสุรยนต์ขับตามหลัง บรรทุกเด็กนักเรียน 30 คน โดยใช้เส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถกระบะและเก๋งอยู่ด้านหน้าเบรก ทำให้ต้องเบรกตาม ปรากฏว่ารถบัสนายสุรยนต์ที่ขับตามหลังมาเบรกไม่ทัน จึงพุ่งเข้าชนท้ายอย่างจัง หลังเกิดเหตุได้จอดรถแล้วรีบลงมาดูทันที ตะโกนสอบถามนักเรียนว่ามีใครได้รับบาดเจ็บไหม ปรากฏว่าได้ยินเสียงตอบจากครูผู้คุมว่ามีบาดเจ็บเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น จึงไปดูที่หน้ารถพบว่านายสุรยนต์ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และไม่สามารถออกจากตัวรถได้ จึงรีบโทรแจ้ง ตร.เข้าช่วยเหลือทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้การจราจรติดขัดยาวกว่า 10 กม. เนื่องจากรถยนต์วิ่งได้เพียงแค่เลนเดียว จาก 4 เลน เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิได้ระดมกำลังกันมาจัดการจราจร พร้อมกับเร่งให้นำรถยกมายกรถออกเข้าข้างทาง ใช้เวลาร่วม 1 ชม.การจราจรจึงเข้าสภาพปกติ ส่วนเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแผลถลอกและหัวโน แพทย์ได้ทำแผลตรวจแล้วให้กลับบ้านได้ โดยนายเมธี วัฒนโยธิน คนขับรถบัสคันแรก ได้ติดต่อให้เจ้าของรถนำรถมาเปลี่ยนเพื่อรับนักเรียนเดินทางต่อไปยังกาญจนบุรี เพราะรถทั้ง 2 คันไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ส่วน ตร.ได้อายัดรถทั้ง 2 คันไว้ก่อนเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบเพื่อดำเนินการต่อไป.