ฝ่ายตร.แจ้งกลับทันควัน 4ข้อหาหนัก-พรบ.คอม สุพรรณจับ2โจรอ้างปส.
อุบายอ้างเป็นตำรวจยัดยาบ้ารีดเงินชาวบ้านกำลังฮิตทั้งในหมู่ตำรวจและโจร รายแรกเกษตรกรปลูกเห็ดแจ้งจับ 5 ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ยศ ร.ต.อ. 2 นาย ชั้นประทวน 3 นาย บุกค้นบ้านแล้วอุ้มขึ้นรถรีดเงิน 20,000 บาท เหยื่อแจ้งความดำเนินคดี แถมโพสต์เฟซบุ๊กประจาน เลยแก้เกี้ยวแจ้งกลับดำเนินคดีคู่กรณีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกราย ตำรวจรวบหัวโจกแก๊งกรรโชกทรัพย์กับสมุนรวม 2 คน อุ้มชาวบ้านขึ้นรถขู่ยัดยาบ้า รีดเงิน 280,000 บาท แต่ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ส่วนลูกสมุนรับสารภาพ รายที่สาม หนุ่มเมืองกาญจน์มาเที่ยวสุพรรณบุรี ถูกคนร้ายอ้างเป็น ปส.อุ้มรีดเงินกว่า 2 แสนบาท ยังไม่รู้เป็นแก๊งเดียวกันที่ถูกจับหรือไม่
ตำรวจยัดข้อหารีดเงินชาวบ้านรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากได้รับแจ้งมีตำรวจยัดข้อหารีดเงินชาวบ้าน และยังแจ้งความเอาผิดเหยื่อไม่พอใจถูกโพสต์ประจานพฤติกรรมผ่านโลกโซเชียล พบ ร.ต.อ.ธนัญชน สังข์นวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบาล เจ้าของคดียอมรับว่าเมื่อบ่ายโมงวันที่ 28 ก.ย. มีตำรวจ 5 นาย สังกัด กก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความขอให้ดำเนินคดีนายสุวิทย์ สุนทรวิทย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ 7 ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล ในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากโพสต์ข้อความหาว่ากรรโชกทรัพย์ ทำให้ได้รับความเสียหาย ก่อนหน้านี้นายสุวิทย์ได้เข้าแจ้งความกล่าวหาตำรวจชุดดังกล่าวในข้อหากรรโชกทรัพย์ แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาอนุญาตก่อน ในส่วนคดีที่กล่าวหาตำรวจได้ส่งเรื่องไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จ.พระนครศรีอยุธยาแล้ว
...
ด้าน พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ได้รับทราบเรื่องแล้ว ตำรวจที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ ร.ต.อ.อัฐพร สุขญาณกิจ ร.ต.อ.ธีรภัทร ไวยครุฑธี ด.ต.สมโภชน์ สุขเนียม ด.ต.เกษม มามะ และ จ.ส.ต.จุฑาพรรณ วายนต์ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ตนรู้จักทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องคดีก็ให้หาพยานหลักฐานมาสู้กันไป จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วน ร.ต.อ.อัฐพร สุขญาณกิจ ปฏิเสธไม่ยอมให้สัมภาษณ์
ขณะเดียวกัน นายสุวิทย์ สุนทรวิทย์ เหยื่อแก๊งตำรวจตบทรัพย์ เปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตนมีอาชีพปลูกเห็ดนางฟ้า ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มตำรวจดังกล่าว ช่วงเกิดเหตุราวเที่ยงวันที่ 30 ส.ค. ที่บ้านให้ช่างต่อเติมบ้าน ย้ายบันได เทพื้นปูน จู่ๆมีชายฉกรรจ์ 5-6 คน ถือปืนกรูเข้ามาในบ้าน ตะโกนบอกให้เปิดประตูขู่จะยิง บอกให้น้องสาวเปิดประตูให้ ชายกลุ่มดังกล่าวใช้ปืนจ่อตนจับใส่กุญแจมือไพล่หลัง แล้วรื้อค้นแต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งชายกลุ่มนี้ไม่มีใครสวมเครื่องแบบ ไม่โชว์บัตร ไม่แสดงตัว และไม่บอกเหตุผลการเข้าตรวจค้น แต่พอจะเดาได้ว่าเป็นตำรวจ
เหยื่อตำรวจนอกรีต กล่าวต่อว่า จากนั้นชาย 3 คน พาตนขึ้นรถเก๋งสีขาว ส่วนที่เหลือขึ้นรถปิกอัพอีกคัน ขับวนพูดขู่จะตั้งข้อหาค้ายาเสพติด อ้างว่าเจอสมุดบัญชีลูกค้า บอกให้เอาเงินมาเคลียร์ ตนบอกพอจะหาเงินได้ 20,000 บาท กลุ่มคู่กรณียอมตกลง ตนต้องขอให้เพื่อนช่วยโอนเงินเข้าบัญชีจนครบตามจำนวน แล้วกลุ่มชายดังกล่าวขับรถพาไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหน้า สภ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะปล่อยลงที่คิวรถ จยย.เพื่อกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธนัญชน สังข์นวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบาล ส่วนกลุ่มคนร้ายทราบเพียงชื่อผู้กองอัฐพร กับแวเท่านั้น ส่วนชื่อนามสกุลและยศของตำรวจกลุ่มนี้ ร้อยเวรได้มาจากบันทึกการเข้าตรวจค้นบ้านของตน
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า หลังแจ้งความ 3-4 วัน ตำรวจคู่กรณีให้คนมารับไปเคลียร์ที่บ้านคนรู้จัก แล้วส่งเงิน 20,000 บาท คืนให้ บอกให้จบ และถอนแจ้งความ รวมทั้งให้ลบโพสต์เรื่องที่เกิดขึ้นในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตนจำต้องยอมรับปากแต่ไม่ได้ทำตาม เพราะคิดว่าไม่ได้ทำผิด จนเมื่อวานมีคนมาเคลียร์อีก พร้อมขู่จะแจ้งความกลับ 4 ข้อหา รวมทั้งความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สอบถามไปยัง ร.ต.อ.ธนัญชนทราบว่ามีการแจ้งความแล้ว รอว่าจะเรียกไปให้ปากคำเมื่อไหร่ ขอย้ำว่าไม่รู้จักตำรวจกลุ่มดังกล่าว และไม่รู้จัก ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ไม่ยอมถอนแจ้งความเพราะคิดว่าไม่ได้ทำผิด
อีกราย คนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจตบทรัพย์ชาวบ้านถูกรวบตัวได้ 2 คน โดยเมื่อบ่ายโมง พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง ร.ต.อ.วีระชัย ร้อยศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.อู่ทอง นำกำลังคุมตัวนายศรีอุบล หลักทอง อายุ 39 ปี คนร้ายแก๊งกรรโชกทรัพย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 6 ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ของนายมาโนช ศรีเหรา อายุ 53 ปี ผู้เสียหาย พอนายมาโนชเห็นหน้านายศรีอุบล จำหน้าได้ว่าเป็นคนร้ายวิ่งเข้ามาหาหมายทำร้าย โดยมีญาติฮือตามมาอีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจต้องยกเลิกทำแผนฯ รีบพานายศรีอุบลขึ้นรถ พร้อมกับนายวิษณุ ขันธ์เสน อายุ 39 ปี หัวโจกแก๊งฉายา เด่น เมืองกาญจน์ อยู่บ้านเลขที่ 193/2 หมู่ 1 ต.หนองหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ไปฝากขังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อบ่ายวันที่ 21 ก.ย. ขณะที่นายมาโนชผู้เสียหายนอนพักในบ้านบริเวณบ่อปลา หมู่ 7 ต.กระจัน นายวิษณุกับพวกรวม 6-7 คน บุกเข้ามาใช้ปืนจี้ไปขึ้นรถใช้ผ้าคลุมศีรษะ คนร้ายค้นบ้านและรถเก๋งของนายมาโนชได้เงินไป 38,000 บาท และปืน 2 กระบอก ช่วงอยู่ในรถคนร้ายทำร้ายข่มขู่นายมาโนช อ้างเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขู่จะยัดยาบ้าดำเนินคดีหากไม่นำเงินมาไถ่ตัว นายมาโนชกลัวโทรศัพท์บอกให้นายครรชิต ศรีเหรา ลูกชายหาเงินโอนให้คนร้าย 280,000 บาท คนร้ายถึงยอมปล่อยตัวบริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.กาญจนบุรี ตอนเที่ยงคืนเศษ
...
ผกก.สภ.อู่ทองกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุได้ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.7 และชุดสืบสวน ภ.จ.สุพรรณบุรี แกะรอยล่าคนร้ายได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด รวมทั้ง เจ้าของบัญชีที่ถูกหลอกให้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ทราบว่า นายวิษณุเป็นหัวหน้าแก๊ง ติดตามจับกุมได้ขณะกบดานอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ย. ก่อนขยายผลจับกุมนายศรีอุบล ได้ที่บ้านใน ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ เรียกค่าไถ่ หน่วงเหนี่ยวกักขัง และทำร้ายร่างกายผู้อื่น สอบสวนนายวิษณุให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายศรีอุบล ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายวิษณุเป็นหัวหน้าแก๊ง กับพวกที่หลบหนีอีก 2 คน ก่อเหตุอุ้มรีดเงินผู้เสียหาย
รายที่สาม บ่ายวันเดียวกัน นายศิริโชค โสภา อายุ 22 ปี บ้านอยู่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วีระชัย ร้อยศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.อู่ทอง ว่า เมื่อเช้าวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา มาพักผ่อนที่ธนชลรีสอร์ต ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง และได้ขี่รถ จยย.ไปรอรับเพื่อนหน้ารีสอร์ต ถูกคนร้าย 5-6 คน ขับรถมาสด้าสีขาวกรูเข้าจับใส่ กุญแจมือใช้ผ้าคลุมหัวพาขึ้นรถ อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดบอกให้นำเงิน 5 แสนบาทมาประกันตัว ตนต่อรองเหลือ 280,000 บาท บอกให้เพื่อนโอนเงินให้คนร้าย ถึงได้รับการปล่อยตัว ตอนแรกไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะกลัวไม่มีคนเชื่อเนื่องจากไม่มีหลักฐาน พอเห็นมีคนตกเป็นเหยื่อเข้าแจ้งความหลายราย เลยเข้ามาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนคนร้ายที่อ้างเป็นตำรวจยัดข้อหารีดเงินนายมาโนช ที่ถูกคุมตัวไปทำแผนประทุษกรรมไม่แน่ใจว่าเป็นแก๊งเดียวกันหรือไม่เพราะยังไม่เห็นหน้าคนร้าย