ตำรวจตามรวบ "มด หน้าลาย" หนุ่มเมาหื่นต่อยสาวตาแตก ชิงทรัพย์ หวังข่มขืนได้แล้ว หลังทนแรงกดดันไม่ไหว ขอมอบตัว เผยประวัติเคยก่อคดีอื้อ
จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์เรื่องราวของหญิงสาวเคราะห์ร้าย ที่ถูกคนร้ายเป็นชายหนุ่มสักลายเต็มใบหน้า สะกดรอยตามออกมาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใจกลางเมือง จ.กาญจนบุรี ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์เข้าประกบและลงมือทำร้ายร่างกายหญิงสาวดังกล่าว พร้อมชิงเอาโทรศัพท์มือถือและพยายามที่จะลากหญิงสาวขึ้นรถไปข่มขืน แต่โชคดีที่หญิงสาวพยายามขัดขืน และวิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีได้ทัน ทำให้คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี พร้อมนำเอาโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวไปด้วย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 03.00 น.วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ก.ย.61 พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อม ตร.สืบสวน ลงพื้นที่ ต.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อสืบสวนติดตามจับกุม นายประสาน แย้มชื่น หรือ มด หน้าลาย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 2 ต.ยางม่วง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 490/2561 ลงวันที่ 20 ก.ย.61 ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โดยก่อเหตุทำร้ายนางสาวเอ (นามสมมติ) เมื่อคืนวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา
...
ต่อมาเวลา 14.30 น.ตำรวจชุดสืบสวนเมืองกาญจนบุรี ได้ทำการจับกุมตัวนายประสาน และนำตัวส่ง ร.ต.ท.เสถียรพงษ์ สำรองทรัพย์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ร้อยเวรเจ้าของคดีทำการสอบสวน โดย พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี และ พ.ต.ท.นราวุธ คำวันดี รอง ผกก.(สอบสวน) กับ ร.ต.ท.เสถียรพงษ์ ร่วมสอบปากคำ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ต่อจากนั้นนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 2 จุด จุดแรกบนถนนแสงชูโต บริเวณป้ายรถเมลด้านหน้าโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ต.บ้านใต้ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จุดที่ทำร้ายและชิงทรัพย์ คือ โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย จุดที่สองคือบริเวณหอพักแห่งหนึ่ง ในซอยแสงชูโต 28 ต.ปากแพรก เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ที่คนร้ายได้นำเอาโทรศัพท์ที่ชิงมาจากหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายไปเก็บไว้
จากการสอบสวน นายประสาน รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุได้ไปเที่ยวดื่มกินที่สถานบันเทิงในตัวเมืองกาญจนบุรีจนเมาและเห็นหญิงสาวรายดังกล่าวมีรูปร่างหน้าตาดี จึงพยายามเข้าไปใกล้ แต่ด้วยความเมาจึงไปเหยียบเท้าของหญิงสาวจึงถูกด่าทอ เมื่อสถานบันเทิงปิดบริการ เวลาประมาณตี 2 จึงออกมาดักรอหญิงสาวคนดังกล่าว กระทั่งหญิงรายดังกล่าวออกมาจากสถานบันเทิง และขี่รถจักรยานยนต์ไปทานข้าวที่ตลาดโต้รุ่งตามลำพัง ตนจึงขี่รถติดตามไปและรอจนหญิงสาวทานข้าวเสร็จ และจอดแวะโทรศัพท์ที่จุดป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนเทศบาล 5 ตนจึงตรงเข้าไปก่อเหตุ โดยชิงเอาโทรศัพท์มือถือมาก่อนจะชักกุญแจรถ และใช้กำปั้นชกเข้าไปที่ใบหน้าและท้องของหญิงสาวหลายครั้ง ก่อนจะขี่รถหลบหนีมา ซึ่งขัดกับคำให้การของนางสาวเอ หญิงสาวเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักนายประสานมาก่อน และไม่เคยไปด่าทอตามที่ถูกกล่าวอ้างในวันเกิดเหตุ ตนเห็นนายประสานเมาและขึ้นไปเต้นอยู่บนเวที จึงจำลักษณะของนายประสานได้ชัดเจน เพราะมีลายสักเต็มใบหน้า ช่วงเกิดเหตุตนขี่รถออกมาจากตลาดโต้รุ่งหลังแวะทานข้าวตามลำพัง และมาจอดโทรศัพท์หาเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกัน ที่บริเวณป้ายรถเมล์ จากนั้นนายประสานได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาตามประกบ ใช้กำปั้นชกที่หน้าและท้องของตนหลายครั้ง และพยายามที่จะลากตนขึ้นไปบนรถจักรยานยนต์ แต่ตนขัดขืนและพยายามวิ่งหนีกลับไปขอความช่วยเหลือจากพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดโต้รุ่ง จึงรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณดวงตาเป็นแผลแตกขนาดใหญ่ ดวงตาปูดบวม แต่โชคยังดีที่ตาไม่บอด ขณะที่ตามเนื้อตัวก็ถูกต่อยจนเป็นรอยเขียวช้ำ
หลังเกิดเหตุตนจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี และมีเพื่อนนำเรื่องราวดังกล่าวไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพื่อเตือนภัยหญิงสาวรายอื่น ที่ไปเที่ยวคนเดียวในเวลากลางคืนให้ระมัดระวังตัว และเพื่อช่วยตำรวจหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวนายประสานมาได้ในที่สุด
ขณะที่ พ.ต.ท.นราวุธ คำวันดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้คุมตัวนายประสานไปดำเนินคดี ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้บาดเจ็บสาหัสและชิงทรัพย์ ส่วนเรื่องของการพยายามข่มขืนนั้น จะต้องทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม และสอบปากคำหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายอีกครั้งก่อน จะแจ้งข้อหากับนายประสานต่อไป