(ภาพจากเฟซบุ๊ก บอย กรุงเก่า)
นำ พ่อ แม่ พลฯเข้มเดินทางมาพร้อมศพ พิสูจน์ที่นิติเวชฯ ก่อนนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บุรีรัมย์ เผยสู้อยู่ 23 วัน หลังถูกรุ่นพี่ทำร้ายในค่ายทหาร สุดท้ายมิอาจยื้อชีวิต สลด เมียอุ้มท้อง 7 เดือนรอรับศพ
เวลา 09.30 น.วันที่ 14 ก.ย. พ่อ และแม่รวมญาติๆ รวมถึง น.ส.วรรณิสา หรือน้องฝ้าย บุญตา ภรรยา และเพื่อนๆ ของพลทหารคชา หรือเข้ม พะชะ อายุ 22 ปี สังกัด กองพันทหาราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้มารวมกันอยู่ที่หน้าห้องชันสูตรศพ รพ.อานันทมหิดล จ.ลพบุรี ด้วยความเศร้าสลดใจ ภายหลังทราบข่าว การเสียชีวิตของพลฯเข้ม
ต่อมา รถของมูลนิธิมารับร่างไร้วิญญาณของ พลทหารคชา ส่งแผนกนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการผ่าพิสูจน์ ตามที่ญาติร้องขอ เพราะสงสัยการเสียชีวิตของพลทหารคชา โดยมีรถตู้ของหน่วยทหารที่ พลทหารคชาสังกัดพาญาติๆ เดินทางกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ 1 คัน และรถอีก 1 คัน พาพ่อแม่ของพลทหารคชา ไป รพ.ตำรวจ
สำหรับการเสียชีวิต ของพลฯเข้ม ภายหลังถูกพลทหารรุ่นพี่รุมซ้อมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.อานันทมหิดล คั้งแต่คืนวันที่ 21 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา อาการหมดสติ หัวใจหยุดเต้น ร่างกายไม่ตอบสนองต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจนมีชีพจรขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะมีอาการสมองบวม ปอดติดเชื้อ ไตวาย ล่าสุด มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดขั้นวิกฤติ ทีมแพทย์ได้ทำการรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง แต่อาการมีแต่ทรงกับทรุดลง รวมระยะในการเข้ารับการรักษาจำนวน 23 วัน จนกระทั่งเวลา 05.45 น. ของวันที่ 14 ก.ย. 61 พลทหารคชาได้เสียชีวิตลง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่และญาติพี่น้อง รวมถึงภรรยาของพลฯเข้มที่มีลูกวัยไร้เดียงสาอายุ 1 ขวบ 11 เดือน และลูกในครรภ์ 7 เดือน
นายคมฉัน พะชะ พ่อของพลคชา กล่าวว่า เสียใจที่ลูกจากไป แต่ก็ทำใจไว้แล้วว่าสักวันคงถึงวันนี้เนื่องจากลูกสาหัสมาก ขอบคุณทีมแพทย์ รพ.อานันทมหิดลที่ดูแลเยียวยารักษาลูกของตนจนสุดความสามารถ ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ส่งแรงใจ กำลังใจให้กับครอบครัว ขอบคุณหน่วยงานทหารในสังกัดของลูกที่ดูแลในระหว่างเฝ้าลูกเป็นอย่างดี รวมถึงผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ที่ไม่ทอดทิ้งครอบครัวของตนถือว่าเป็นการชดเชย
...
“ลูกไปในภพภูมิที่ดีแล้ว ก่อนที่ลูกจะจากไป เมื่อวานซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของเข้ม ครอบครัวได้เดินสายทำบุญ ถวายผ้าไตร ห่มผ้าพระองค์ใหญ่ และยังรอให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ลูกก็ไม่สามารถทนกับอาการที่สาหัสมากได้ แต่ก็ยังได้ดูแลลูกจนนาทีสุดท้ายก่อนที่ลูกจะจากไป ส่วนการตั้งศพบำเพ็ญกุศล จะนำไปตั้งวัดหนองบัวลี อ.หนองหงส์ บุรีรัมย์ครับ ในวันพรุ่งนี้ หลังจากการผ่าพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายคมฉัน กล่าว
ส่วนทางด้านการดำเนินคดี พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย เกษโมล ผกก.สภ.เมืองลพบุรี ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.วิชัย แสนบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี เดินทางไปพบอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 และเรือนจำ มทบ.13 สถานที่คุมขังพลทหารทั้ง 3 นาย เพื่อแจ้งข้อหาจากร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคดีอาญาที่ 922/ 2561 ป.จ.ว.ข้อ 3 ลงวันที่ 24 ส.ค. 61 เป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินการในทางคดี ต่อไป