ประตูคุก เปิดรอไว้เลย สำหรับ “พีท” ก่อเรื่องโอละพ่อ กุหวย 90 ล้าน รองโฆษกอัยการสูงสุด ระบุมีโทษหนัก ความผิดหลัก 2 ข้อหา ปลอมลอตเตอรี่-พรบ.คอมฯ ไม่รวมข้อหาอื่นๆ จ่อคิวตามมา งานนี้เจอโทษสูงสุด คุก 5 ปี
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐ ถึงกรณีของนายธนวรรธน์ หรือ พีท คำแหงพล พ่อค้าลอตเตอรี่ในปั๊มน้ำมัน จังหวัดสมุทรสาคร ออกมากุเรื่องหวย 90 ล้าน ว่า เรื่องนี้ต้องรอดูสำนวนของทางพนักงานสอบสวนอย่างละเอียดก่อน แต่ขอให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องนี้ว่า เอกสารสิทธิ หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ผู้ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ถือว่าเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลตามที่กำหนดไว้และสามารถนำเอาสลากที่ถูกรางวัลไปขึ้นเงินได้ สลากกินแบ่งรัฐบาลจึงถือเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมาย
“การกระทำของนายพีท จึงอาจเป็นความผิดในหลายฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และความผิดฐานอ้างเอกสารสิทธิที่ตนเองทำปลอมขึ้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท แต่เนื่องจากผู้ปลอมเอกสารกับผู้อ้างเอกสารปลอมเป็นบุคคลคนเดียวกัน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จึงให้ลงโทษเฉพาะความผิดฐานอ้างเอกสารปลอมแต่เพียงอย่างเดียว” นายประยุทธ กล่าว
นอกจากนี้หากข้อเท็จจริงปรากฏว่านายพีทเป็นผู้นำข้อมูลเท็จในเรื่องที่มีผู้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จำนวน 90 ล้านบาท เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริต โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนด้วย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนความผิด ฐานฉ้อโกง/ประชาชน มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ / ทั้งนี้ในฐานฉ้อโกง และแจ้งความเท็จนั้น ต้องวิเคราะห์อีกครั้ง แต่ยังถือว่ากรณีนายพีท ยังไกลเกินไป
...
อย่างไรก็ตาม การตั้งข้อสังเกตว่า พีท หากินกับความศรัทธาและความเชื่อของคนไทย ที่ชื่นชอบข่าวคุณงามความดีในตัวบุคคล คนที่สร้างภาพว่าเป็นคนดี จนคนมาอุดหนุนธุรกิจของตนเอง เพื่อสร้างรายได้ ถือว่าหารายได้จากการกระทำความผิดหลอกลวง ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินนั้น ขณะนี้มองว่า ยังไม่น่าเข้าข่าย
ทั้งนี้ ตามข่าวที่ปรากฏ อาจยังสรุปอะไรไม่ได้ชัดเจนที่สุด จนกว่าจะสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด ส่วนจะเทียบเคียงกับคดีของ นายสมพงษ์ เลือดทหาร คนขับแท็กซี่ที่อ้างว่าเก็บกระเป๋าเงิน 20 ล้านบาทของนักธุรกิจต่างชาติได้หรือไม่นั้น ต้องดูรายละเอียด
สำหรับคดีที่นายสมพงษ์ โดนข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพราะมีการรับเงินรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ด้วย ซึ่งคดีนายสมพงษ์ ศาลมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2540 ให้จำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน แต่ด้วยความประพฤติที่เรียบร้อยเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้นายสมพงษ์ ติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน และศาลยังพิพากษาให้คืนเงินรางวัลที่ได้รับมาจำนวนเงินประมาณ 200,500 บาท.