ตำรวจ สภ.โคกขาม สอบปากคำ ลุงผู้ดูแลปั๊มน้ำมัน ที่ตั้งแผงของพ่อค้าหวย 90 ล้าน ก่อนออกหมายจับพ่อค้าหวย 90 ล้านบาท รับเครียดโดนหลอก กระทบธุรกิจลูกหลาน ครอบครัววุ่นวาย...

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2561 พ.ต.ท.อนุรักษ์ ดีคล้าย สว.สอบสวน สภ.โคกขาม ได้ให้ นายชัยยศ ทองเขาอ่อน อายุ 55 ปี ผู้ดูแลปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาเอกชัย ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าให้ปากคำในกรณีที่ นายธนวัฒน์ หรือ พีท พ่อค้าแผงหวยลอตเตอรี่ 90 ล้านบาทลวงโลก และหนึ่งในภาพถ่ายที่มีการโพสต์ไปตามสื่อต่างๆ มีภาพของนายชัยยศ ปรากฏอยู่ด้วย

นายชัยยศ กล่าวว่า ความรู้สึกของตนนั้น เครียด เจอโดนหลอกแล้วทำให้เกิดความวุ่นวายในครอบครัว กระทบกับธุรกิจของลูกหลาน โดยตนนั้นไม่รู้เรื่องมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีคนเขาหาว่าเราสร้างกระแส เราไม่สร้างกระแสแน่แต่เรารู้ว่าเราโดนหลอกแน่ ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นตนลงมาจากร้านกาแฟประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 1 กันยายน 2561 เห็น นายพีท กระโดดโลดเต้น จึงตะโกนถามว่าพีท ทำไมไม่กลับบ้าน มันบอกว่ารางวัลที่ 1 เราเลยถามว่ามีคนถูกอีกเหรอ แล้วจึงเดินไปหาพีท พร้อมบอกว่าเอามาดูหน่อย จากนั้นพีทจึงหยิบมาให้ดู และถ้าเป็นของจริงเอามาถ่ายรูปไว้ และเพื่อนตนก็ได้ถ่ายรูปเอาไว้

...

โดย นายพีท อ้างว่า ลอตเตอรี่คนถูกรางวัลนั้น เขาขายทางไลน์ โดยลอตเตอรี่นั้นตนแค่ดูเพียงผิวเผินเท่านั้น ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่ได้สมรู้ร่วมคิดที่จะหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใดทั้งสิ้น โดยหลังจากนี้ก็จะนำพื้นที่คืน และไม่ให้นายพีทเช่าแผงขายอีกต่อไป เพราะก่อให้เกิดความเสียหายกับปั๊มน้ำมัน ปตท.เป็นอย่างมาก

นอกจาก นายชัยยศ แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ให้บุคคลที่นายพีทไว้วางใจ และได้โทรมาสารภาพผิดด้วยนั้นเข้าให้ปากคำด้วย โดยขอสงวนชื่อและนามสกุลไว้เช่นกัน พร้อมกับนำคลิปเสียงมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ส่วน พ.ต.ท.อนุรักษ์ ดีคล้าย สว.สอบสวน สภ.โคกขาม บอกว่าหลังจากที่สอบพยานบุคคล 2 ปากแล้ว ก็จะได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร จับ นายธนวรรธน์ หรือ พีท พ่อค้าแผงหวยลอตเตอรี่ 90 ล้านบาท ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะการกระทำของนายพีท น่าจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชน ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้นจะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติม และจะต้องดูด้วยว่ามีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แจ้งความหรือไม่ จึงจะมีการดำเนินคดีในข้อหาอื่นต่อไป.