นายกเล็กธัญบุรี อาน้องแอ๋ม เชื่อสาวรูมเมทเป็นฆาตกร และฆ่าตัวตายตาม เชื่อหลานไม่เคยคบ 'อร' เพราะมีแฟนผู้ชายอยู่ เผยก่อนหน้าเคยโดนซ้อม เพราะหึงหวง ...
หลังสำนักงานชันสูตรของ คิง เคาน์ตี้ (King County Medical Examiner’s Office) เปิดเผยผลชันสูตรการเสียชีวิตของ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี และ น.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ หรือ อร อายุ 32 ปี สองนักศึกษาไทยที่เสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ ย่านซีแอตเติล ว่า น.ส.กรกมล ถูก น.ส.ฐิฏิอร ใช้มีดแทงหลายแผล อาการสาหัสและเสียชีวิต ส่วนตัวของ น.ส.ฐิฏิอร ได้ใช้มีดแทงตัวเองตายตามที่บริเวณหน้าอก สอดคล้องกับความเห็นของพนักงานสืบสวนว่า การเสียชีวิตครั้งนี้ไม่พบร่องรอยของผู้กระทำผิด ที่เป็นบุคคลที่สาม แต่เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตายตาม
สำหรับรายงานผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ จะเปิดเผยใช้อีกประมาณ 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือน ทั้งนี้ครอบครัวน้องแอ๋มอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรับศพของ น้องแอ๋ม โดยน้องแอ๋มมีญาติอยู่ในสหรัฐฯ จึงอยู่ในขั้นตอนขอการเตรียมรับศพ เพื่อเดินทางไปนำศพกลับประเทศไทย
ความคืบหน้า นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นอาของ น.ส.กรกมล ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ได้ข้อสรุปและระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตของหลานสาวนั้นคือ น.ส.ฐิฏิอร หรืออร ได้ใช้มีดแทงน้องแอ๋มหลายแผลจนเสียชีวิตคาประตูห้องพัก และได้ใช้อาวุธมีดแทงตัวเองบริเวณหน้าอก 1 แผล ตายตาม ซึ่งตรงกับที่ตนเองได้คิดไว้ตั้งแต่ทราบข่าวการเสียชีวิตของน้องแอ๋มว่าคนที่ฆ่าน้องแอ๋มก็คืออีกคนที่ตายอยู่ในห้อง
ส่วนสาเหตุตนคิดว่าเกิดจากเรื่องการหึงหวง เนื่องจากอีกฝ่ายมีลักษณะชอบผู้หญิงด้วยกัน และก่อนหน้านี้ตอนที่เรียนอยู่บอสตัน ยังเคยถูกซ้อมมาแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่เคยมีใครรู้ มีแต่พี่ชายน้องแอ๋มมาเล่าให้ฟัง
...
ซึ่งก่อนหน้าตอนที่น้องแอ๋มกลับมาบ้านก่อนที่จะไปเรียนต่อ น.ส.ฐิฏิอร ได้มาหาที่บ้านแต่ไม่พบ และมาทราบข่าวอีกทีว่าน้องแอ๋มเดินทางไปเรียนต่อ โดยนั่งเครื่องบินไปเมื่อวันที่ 21 ส.ค. และ น.ส.ฐิฏิอร ได้เดินทางตามไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค. คาดว่าน่าจะตามไปเคลียร์ และเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนที่จะลงมือฆ่าน้องแอ๋ม และฆ่าตัวตายตามหนีความผิด
ทั้งนี้ ตนเองไม่คิดว่าน้องแอ๋มจะคบกับ น.ส.ฐิฏิอร อย่างแน่นอน เพราะน้องแอ๋มมีชายหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว และโทรคุยกันทุกวันระหว่างที่ไปเรียนที่บอสตัน จนถึงทุกวันนี้ก่อนที่จะมาถูกฆาตกรรม ซึ่งครอบครัวเตรียมประสานสถานทูตไทยประจำประเทศสหรัฐฯ ให้ช่วยตรวจสอบ และช่วยเหลือในคดี และจะนำศพ น้องแอ๋ม กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทยอย่างแน่นอน
นายกฤษฎา กล่าวต่ออีกว่า น้องแอ๋มเรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ก่อนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน จนจบปริญญาโทด้านกฎหมาย จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่มหาวิทยาลัยในซีแอตเติล น้องแอ๋มเป็นคนเก่ง และมีอนาคตไกล แต่ต้องมาเสียชีวิตแบบไม่คาดคิดแบบนี้ ซึ่งตนเองเสียใจต่อการจากไปของหลานสาวในครั้งนี้เป็นอย่างมาก.