เพชรบุรียังวิกฤติ มวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และอ.บ้านแหลม ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูงกว่า 10-20 เซนติเมตร ขณะที่วัดใหญ่สุวรรณาราม ยังคงจมน้ำ ด้าน มท.1 ลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง

วันที่ 24 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ว่า ในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และอ.บ้านแหลม ยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมบริเวณวัดใหญ่สุวรรณาราม ถ.พงษ์สุริยา ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญมากของจังหวัดเพชรบุรี สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั่วบริเวณ อาทิ ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ หอระฆัง หอประชุม เป็นต้น ถูกน้ำท่วมเสียหาย ระดับน้ำบางจุดท่วมลึกกว่า 1 เมตร พระสงฆ์ได้รับความเดือดร้อน และลำบากในการประกอบพิธีทางสงฆ์

ส่วนบรรยากาศบริเวณถนนหน้าวัดใหญ่สุวรรณาราม มีน้ำท่วมขังบางแห่งสูงกว่า 30 เซนติเมตร ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำกระสอบทรายมาวางเพิ่มเติม เพื่อเสริมแนวกันน้ำเข้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี นำน้ำดื่ม พร้อมเวชภัณฑ์ยาที่ใช้ในช่วงน้ำท่วม แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าราบ เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ด้วย

มีรายงานจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14

เขื่อนแก่งกระจานมีน้ำไหลเข้าลดลง ทำให้มีน้ำล้นผ่านสปิลเวย์ลดลง โดยล่าสุดเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 759.96 ล้านลบ.ม. หรือ 107% เปิดระบายน้ำ 194.50 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่เขื่อนเพชร เปิดระบายน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย รวม 97.14 ลบ.ม./วินาที ระบายลงสู่แม่น้ำเพชร 142.51 ลบ.ม./วินาที ซึ่งมีแนวโน้มทำให้น้ำท่วมขังจะลดระดับลงแต่ยังคงทรงตัวในช่วง 5 วันนี้

...

พื้นที่น้ำท่วมขัง ล่าสุดคือ บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง บ้านพุเข็ม บ้านถ้ำเสือ บ้านสองพี่น้อง ต.แก่งกระจาน ต.ท่าไม้รวก ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี ท่วมในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี และตำบลต้นมะม่วง อ.เมือง ตำบลท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บางครก และต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม ซึ่งล่าสุด กองทัพเรือ ได้ใช้เรือผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อลดระดับน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ตลอดจนถึง อ.บ้านแหลมให้เร็วขึ้นก่อนที่จะถึงช่วงน้ำทะเลหนุน โดยตลอดเวลา กำลังจาก มว.รส.ที่ 1 ร้อย.รส.จว.พ.บ.(มทบ.15) ร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 15, กอ.รมน.จว.พ.บ., จนท.ตชด.ค่ายศรียานนท์ และ จนท. เทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้ดำเนินการสร้างแนวกระสอบทราย เพื่อสร้างคันกั้นน้ำบริเวณสะพานลําไย ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร เพื่อปิดกั้นแม่น้ำ ไหลเข้าท่วมเพิ่มเติมในเขตเทศบาลเมืองฝังถนนพาณิชย์เจริญ การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งได้จัดกำลังเข้าซ่อมแซมแนวกระสอบทรายที่พัง หรือมีน้ำแทรกเข้ามาได้

ขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ซึ่งตรงกับวันจ่ายในเทศกาลสารทจีน มีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยเครื่องไหว้ ตลอดจนผลไม้ต่างๆ ค่อนข้างบางตา บริเวณถนนสุรินทรฤาไชย หรือถนน 18 เมตร โดยบรรยากาศพบว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนประมาณ 10-15 ซม. ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำออกมาซื้อของเซ่นไหว้ ซึ่งเทศบาลเมืองเพชรบุรี ต่างระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกลงสู่แม่น้ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้ถนนบางสายที่มีน้ำท่วมขัง ท่วมขังลดน้อยลง

ขณะเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงมาตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรี และได้มอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ที่วัดชลธราราม (วัดท่าซิก) อ.ท่ายาง โดยได้มอบถุงยังชีพให้กับราษฎรผู้ประสบภัย ต.กลัดหลวง และต.ท่าไม้รวก ประมาณ 100 ครัวเรือน

การให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรเครื่องมือ
- เครื่องผลักดันน้ำทำงานอยู่ 24 เครื่อง
(วัดเขาตะเครา 14 เครื่อง, วัดบางลำพู 2 เครื่อง, คลองต้นมะพร้าว 2 เครื่อง, คลองบางขุนไทร 2 เครื่อง, คลองทุ่งเฟื้อ 2 เครื่อง และคลองน้ำเชี่ยว 2 เครื่อง)

- เครื่องสูบน้ำทำงาน 14 เครื่อง (สะพานอุรุพงษ์ 1 เครื่อง, ที่จุดสถานีสูบน้ำคลองบัว 1 เครื่อง, ที่จุดสะพานเทศบาล 3 เครื่อง, ที่จุดถนนภูมิรักษ์ 2 เครื่อง, ที่จุดสะพานท่าสรง 1 เครื่อง, ที่จุดสะพานใหญ่ วัดมหาธาตุ 1 เครื่อง, ที่จุดสะพานจอมเกล้า 1 เครื่อง, ที่จุดมัสยิดบ้านกุ่ม 1 เครื่อง, ที่จุดคลองตาแฟง 2 เครื่อง และที่จุดหลังวัดบางลำภู 1 เครื่อง)

- เรือผลักดันน้ำทำงานอยู่ที่วัดคุ้งตำหนัก 26 ลำ (ของทหารเรือจำนวน 20 ลำ และของหน่วย นพค.13 จำนวน 6 ลำ)