การก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงกุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้รับเหมาปิดอุโมงค์ระบายน้ำเดิมเพื่อฝังท่อ ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทัน เอ่อท่วมนาข้าวร่วม 1 พันไร่ นอภ.ลงพื้นที่เร่งช่วยด่วน

วันที่ 20 ส.ค. นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบปริมาณน้ำที่ล้นทางน้ำล้นอ่างเก็บน้ำยางชุม ส่งผลให้มวลน้ำระบายไม่ทัน ท่วมบ้านไร่นาประชาชนกว่า 1 พันไร่ 

ทั้งนี้ นายชาตรี เดินทางมาพร้อมด้วย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมวิศวกรก่อสร้างของบริษัทอิตาเลียนไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาที่บริเวณทางรถไฟ หมู่ 5 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี

พบว่าบริเวณดังกล่าว มีการปรับปรุงก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ ของบริษัทอิตาเลียนไทย โดยมีการปรับสภาพดิน จึงทำให้น้ำไม่สามารถไหลผ่านทางรถไฟได้ เกิดการท่วมขังในพื้นที่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบมีที่นาประมาณ 1 พันไร่ น้ำท่วมมานาน 2 วัน ซึ่งเดิมเส้นทางระบายน้ำเป็นอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ ลอดใต้ทางรถไฟ แต่ผู้รับเหมาได้ปิดเส้นทางเดิม และฝังท่อขนาด 60 เซนติเมตร ยาว 5 เมตร จำนวน 2 ท่อ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ทัน จึงได้ประสานให้ผู้รับเหมาขุดนำท่อที่วางขวางน้ำออกทั้งหมดเป็นการเปิดทางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลจากพื้นที่ท่วมขังระบายได้อย่างรวดเร็ว ไม่กระทบเกษตรกร

นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากชาวบ้านว่ามีน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรม จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ของบริษัทอิตาเลียนฯ ลงตรวจสอบพื้นที่ พร้อมขอให้มีการเปิดเส้นทางระบายน้ำ ด้วยการขุดนำท่อที่บริษัทฝังไว้ก่อนหน้านี้ออก เพราะน้ำจากอ่างเก็บน้ำยางชุม ไหลล้นสปิลเวย์ นาข้าวที่ปลูกไปแล้วเป็นต้นกล้าสีเขียวหากระบายออกได้ทัน ก็จะช่วยชีวิตต้นข้าวไว้ได้ แต่สำหรับนาข้าวที่หว่านใหม่ ถูกน้ำขังตาย เสียหายทั้งหมด

...

ด้าน นางการะเวก เกตุเตี้ย ชาวบ้าน ม.5 ต.สามกระทาย กล่าวว่า น้ำระบายไม่ทัน ลักษณะปริ่มทางรถไฟ เกิดจากฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน และปริมาณน้ำที่สะสมไหลจากอ่างเก็บน้ำยางชุมมาสมทบ ประกอบกับไม่สามารถระบายไหลผ่านทางรถไฟได้ ทำให้บริเวณนี้ซึ่งมีชุมชน เกษตรกร 21 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมนาข้าว หากไม่มีการระบาย ข้าวที่ปลูกไว้จะเสียหายทั้งหมด