พ่อแม่เณรดิวดูอาการลูกน้อยด้วยความห่วงใย แม้อาการหนักหายใจเองไม่ได้ เผยยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ ลั่นไม่ไกล่เกลี่ย ไม่อโหสิกรรมให้หลวงตาใจโหด ขอตำรวจดำเนินคดีเอาเรื่องถึงที่สุด...
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.61 ที่หน้าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น อายุ 33 ปี และนายวัฒนา สีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี มารดาและบิดา รวมทั้งญาติๆ ของ สามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ขวบ หรือ สามเณรดิว ยังคงเฝ้าติดตามอาการ สามเณรดิว ลูกชาย ที่หน้าห้องไอซียูอย่างใกล้ชิด ด้วยความเป็นห่วง
นางสุกัญญา เปิดเผยว่า ล่าสุดแพทย์ได้แจ้งอาการของ สามเณรดิว ลูกชาย ว่า ความดันลดลง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด ซึ่งตนก็ได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ ช่วยให้ลูกฟื้นขึ้นมา ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและอยู่กับตนได้ไม่นานนักตาม แต่ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออก เพราะไม่สามารถทำใจได้ ที่จะทำเช่นนั้น ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ซึ่ง อดีตหลวงตาศุภชัย ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายลูกของตนจริง ซึ่งตอนนี้ตนก็จะขอทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุดในช่วงวาระสุดท้ายของลูกที่ลูกจะได้อยู่กับเรา
"ครอบครัวมีฐานะยากจน เป็นคนหาเช้ากินค่ำ สามเณรดิว ลูกชาย จึงอาสาที่จะบวชเรียนภาคฤดูร้อน เพื่อให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ตนพยายามที่จะทำใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันมาก จึงรับไม่ได้ที่ลูกจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตแล้ว สำหรับ สามเณรดิว ลูกชาย มีนิสัยซุกซนตามประสาเด็ก ซึ่งตนก็ได้แจ้ง อดีตหลวงตาศุภชัย ไปแล้วว่า สามเณรลูกชาย ชอบเล่นไฟ ซึ่งที่ผ่านมา อดีตหลวงตาศุภชัย ก็มักจะลงโทษด้วยการตี จนทำให้มีบาดแผลบ้าง แต่ในครั้งถือว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด" แม่ของสามเณรดิว กล่าว
...
ด้าน นายวัฒนา พ่อของสามเณรดิว เปิดเผยว่า ตนและแม่ของ สามเณรดิว แยกทางกันมานานกว่า 1 ปี แล้ว มีบุตรชายด้วยกัน 2 คน คือ สามเณรดิว และสามเณร วัย 5 ขวบ ก่อนที่ลูกจะมาบวชยอมรับว่าตนไม่เคยทราบมาก่อน เมื่อทราบข่าวตนรู้สึกเสียใจ และยังทำใจไม่ได้ที่ สามเณรดิว ลูกชาย ถูกกระทำเช่นนี้ แต่ก็คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ยอมรับว่า ตนไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูก แต่ตนก็ได้มาหาลูกเมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งคงต้องโทษตัวเอง เพราะการที่พ่อแม่แยกทางกัน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ตนคงไม่อโหสิกรรมให้ อดีตหลวงตาศุภชัย ซึ่งแท้ที่จริงหาก อดีตหลวงตาศุภชัย ไม่สามารถดูแลลูกของตนได้ก็น่าจะบอกให้ตนทราบ และไม่น่าจะลงมือทำร้ายลูกตนขนาดนี้ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนไปเยี่ยมหา สามเณรดิว ลูกชาย ก็มักจะพบว่า มีอาการซึมเศร้า และร้องอยากกลับบ้านตลอดเวลา ตนก็ได้สอบถามลูกว่าเป็นอะไร ซึ่งลูกก็ตอบว่า ถูกอดีตหลวงตาศุภชัยตี แต่ตนก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อลูกทำผิดก็จะต้องถูกทำโทษเป็นเรื่องธรรมดา
พ่อของสามเณรดิว กล่าวอีกว่า ส่วนตัวคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกในตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้ อยากรอดูอาการอีกสักระยะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ถึงที่สุดแล้วก็คงจะต้องยอมทำใจ เพราะหากยื้อต่อไปอาจไม่มีประโยชน์กับลูก ครั้งนี้ อดีตหลวงตาศุภชัย ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุไปมาก เหมือนจะฆ่ากันให้ตาย ทั้งๆ ที่ลูกของตนเป็นเด็กตัวแค่นี้ ซึ่งหากมีการไกล่เกลี่ย ตนจะไม่ยอมความโดยเด็ดขาด และจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวตนด้วย โดยขอให้อดีตหลวงตาศุภชัย ได้รับกรรมที่เขาได้ก่อไว้ในครั้งนี้
ขณะที่ ร.ต.อ.อำนาจ จันทร์บุตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป.