เขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำ 5 ส.ค.เพิ่ม จาก 36 เป็น 39 ล้าน ลบ.เมตร และ 43 ล้าน ลบ.เมตร วันที่ 6 ส.ค. ขอให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำและที่ราบลุ่มต่ำที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำไหลบ่าเข้าพื้นที่ จ.ราชบุรี และจ.สมุทรสงคราม


ความคืบหน้า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กาญจนบุรี เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 ส.ค. 61 นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 เปิดเผยว่า สำนักชลประทานที่ 13 ได้มีหนังสือด่วนที่ กษ 0322/708/2561 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เรื่องขอแจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยระบุว่า ตามที่เกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของดีเปรสชัน และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเขื่อนวชิราลงกรณ จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 39 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ส.ค. 61 และเพิ่มเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 6 ส.ค. 61 เขื่อนศรีนครินทร์ จะทยอยปรับเพิ่มจากเดิมวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 4 ส.ค. 61 และเพิ่มเป็น 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ส.ค. 61

จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านมาที่เขื่อนแม่กลอง มีปริมาณมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้นจากเดิม ดังนั้นจึงขอให้จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับทราบ และขอความกรุณาแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนที่อาศัยในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลอง ที่อาจได้รับผลกระทบได้รับทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ เขื่อนแม่กลอง ปรับเพิ่มการระบายน้ำส่งผลให้ ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลอง หน้าประตูระบายน้ำ ลดระดับลง 1.5-2 เมตร ส่วนระดับน้ำหลังประตูระบาย ในเขตพื้นที่ อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีระดับน้ำสูงขึ้น ประมาณ 2 เมตร และมีความแรงไหลเชี่ยวมาก ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมในเขตพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ แพเลี้ยงปลากระชัง ได้รับความเสียหายจำนวนมาก น้ำแรงไหลไปสู่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม ต่อไป

...