เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ชี้แจงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ยังอยู่ในระดับปลอดภัย สามารถรับน้ำได้อีกมาก แต่ก็มีการระบายน้ำตามแผนที่อาจกระทบ ปชช.ท้ายเขื่อนบ้าง...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ส.ค. 61 นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (วันที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น.) อยู่ที่ระดับ 174.13 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นปริมาณน้ำ 15,388.35 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 86.72% และในด้านสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของดีเปรสชันและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) มีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 49.76 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำโครงการชลประทาน 19.55 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้ ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 2,375.82 ล้านลูกบาศก์เมตร
จากข้อมูลน้ำทำให้มั่นใจได้ว่า อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ยังรองรับปริมาณน้ำได้อีก โดยไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน รวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชนด้านท้ายน้ำ ทั้งนี้ เขื่อนศรีนครินทร์ ได้มีการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามและตรวจสอบเขื่อนเป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุก 3 เดือน ด้วยเครื่องมือตรวจวัดที่ทันสมัย และทุกๆ 2 ปี จะมีการตรวจสอบประเมินความปลอดภัยเขื่อน ตามมาตรฐานเขื่อนใหญ่โลก (ICOLD) โดยคณะกรรมการตรวจประเมินความปลอดภัยของเขื่อน
ด้าน นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,448 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% โดย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ปรับแผนระบายน้ำตามมติของคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ ประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 มีแผนการระบายน้ำ ดังนี้ วันที่ 5 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 39 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วน วันที่ 6-12 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,412 ล้านลูกบาศก์เมตร
...
ขณะที่ นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 มีหนังสือ ด่วนที่ กษ 0322/708/2561 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เรื่องขอแจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยระบุว่า ตามที่เกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของดีเปรสชันและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเขื่อนวชิราลงกรณจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 39 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ส.ค. 61 และเพิ่มเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 6 ส.ค. 61 เขื่อนศรีนครินทร์จะทยอยปรับเพิ่มจากเดิมวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 4 ส.ค. 61 และเพิ่มเป็น 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ส.ค. 61
จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านมาที่เขื่อนแม่กลอง มีปริมาณมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้นจากเดิม ดังนั้นจึงขอให้จังหวัดกาญจนบุรีได้รับทราบ และขอความกรุณาแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการตลอดจนประชาชนที่อาศัยในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลอง ที่อาจได้รับผลกระทบได้รับทราบ โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 จะได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ต่อไป
ส่วน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อม นางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดกาญจนบุรีร่วมลงพื้นที่ บ้านสะเน่พ่อง และบ้านเกาะสะเดิ่ง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ถูกน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ผวจ.กาญจนบุรีได้ทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งไปยังประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้ง นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายอำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค นายอำเภอท่าม่วง นายอำเภอท่ามะกา และนายอำเภอศรีสวัสดิ์ ให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชน ที่อยู่ท้ายน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ ผู้ที่อยู่ท้ายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ รวมทั้งผู้ที่อยู่ท้ายน้ำแม่น้ำแม่กลอง ให้ทราบ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มและอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ริมแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ ต่อไป.