กีฬา
100 year

ล่าจับ ‘เสี่ยอ้วน’ วืด หลบเข้าเขมรแล้ว คุมตัวทำแผน ‘สายันต์’ ชี้เป้า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ส.ค. 2561 05:10 น.
SHARE

ตำรวจชลบุรีระดมกำลังไล่ล่าเปิดไฟเขียวจับตาย “เสี่ยอ้วน” หากต่อสู้ขัดขืน หลังพบรถกระบะของสมุนคู่ใจเสียหลักตกข้างทางใน จ.สระแก้ว คาดเผ่นไปกบดานฝั่งเขมร คุมตัว “สายันต์” ไส้ศึกมือชี้เป้าไปชี้จุดแชตไลน์แจ้งพิกัดความเคลื่อนไหวของเหยื่อให้ทีมสังหารรับรู้ทุกฝีก้าว ก่อนกำหนด “พื้นที่มรณะ” สั่งมือปืนลั่นไกฆ่า ด้านตำรวจภูเก็ต เข้าค้นบ้านและสถานบันเทิงของผู้ต้องหาทมิฬย่านหาดป่าตอง เผยนิสัยเสี่ยอ้วนชอบเก็บตัว แต่พร้อมเปย์ให้สาวที่หลงรัก ขณะที่งานเผาศพ “น้องฟอส” เพื่อนสาวประเภทสองแต่งชุดนางรำฟ้อนในขบวนแห่รอบเมรุ แม่ยืนยันลูกชายมีจิตใจเป็นหญิงแถมป็นญาติน้องปลาย ไม่ใช่คู่รัก ยอมรับหวาดกลัวอิทธิพลมืด วอนเจ้าหน้าที่เร่งจับฆาตกรเหี้ยมโดยเร็ว

ตำรวจเร่งล่าตัว “เสี่ยอ้วน บางลา” หรือนายปัญญา ยิ่งดัง อายุ 39 ปี เจ้าของสถานบันเทิงย่านหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังศาลจังหวัดพัทยา อนุมัติหมายจับคดีร่วมกันฆ่า น.สปวีณา หรือปลาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี เพื่อนๆเรียกกันว่าน้องสปาย และนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ อายุ 21 ปี เพื่อนสนิทเสียชีวิต 2 ศพ บริเวณลานจอดรถหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อบ่ายวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเชื่อว่านายปัญญา เป็นผู้บงการสังหาร 2 หนุ่มสาวเพราะความหึงหวงอยากได้น้องปลายเป็นภรรยา แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วยจนต้องย้ายที่ทำงานหนีจาก จ.ภูเก็ต มาอยู่ จ.นครปฐม นอกจากนายปัญญาแล้ว ศาลยังอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในข้อหาเดียวกันคือ นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน อายุ 34 ปี ลูกสมุนคนสนิท และนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ไส้ศึกที่วันเกิดเหตุอยู่กับกลุ่มผู้ตายและเป็นคนคอยชี้เป้าให้รู้ความเคลื่อนไหว ถูกตำรวจควบคุมไว้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน นำตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นคนชี้เป้าให้นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน และทีมมือปืน ไปตรวจร่างกายที่ รพ.วัดญาณสังวราราม ป้องกันข้อครหาถูกบังคับให้รับสารภาพ เสร็จแล้วคุมตัวกลับ สภ.นาจอมเทียน ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามนายสายันต์ว่า ต้องการพูดอะไรหรือไม่ นายสายันต์มีสีหน้าเคร่งเครียดปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใดๆออกมา ตำรวจรีบคุมตัวเข้าห้องขังทันที ต่อมา พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เดินทางมาที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบความคืบหน้าของคดี และกำชับชุดสืบสวนไล่ล่าทีมสังหาร โดยเฉพาะเสี่ยอ้วนที่ยังหลบหนี

เวลา 12.00 น. ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำตัวนายสายันต์ไปชี้จุด ส่งข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ตายให้ทีมสังหารทราบ รวม 6 จุด จุดแรกแยกพัทยาใต้ วันที่ 28 ก.ค. กลุ่มผู้ตายมีน้องฟอส น้องสปาย นายวราเทพ หรืออั้ม มาสูงเนิน เพื่อนสนิทของทั้งคู่ และนายสายันต์ รวม 4 คน นั่งรถตู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ ทันทีที่ลงรถ นายสายันต์ได้ปลีกตัวจากกลุ่มไปยืนหน้าร้านแจ่วฮ้อน แชตไลน์รายงานให้เสี่ยอ้วนทราบ ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถ จยย.รับจ้าง ไปเข้าพักที่ “แอท ซี เรสซิเดนซ์” ย่านวอล์คกิ้งสตรีท จุดที่ 2 เมื่อไปถึงโรงแรม นายสายันต์ได้ส่งโลเคชั่นที่ตั้งโรงแรมแจ้งเสี่ยอ้วนเช่นกัน จุดที่ 3 ขณะกลุ่มผู้ตายไปเดินเล่นภายในวอล์คกิ้งสตรีท นายสายันต์ แชตไลน์รายงานอีกครั้ง

จากนั้นวันที่ 29 ก.ค. ทั้ง 4 คนเช่ารถยนต์ของโรงแรมออกไปท่องเที่ยว เริ่มจากตลาดน้ำ 4 ภาค ตำรวจให้นายสายันต์ พาไปชี้จุดที่ 4 บริเวณด้านหลังของตลาดน้ำใกล้ลานจอดรถ ที่ปลีกตัวออกมาส่งไลน์รายงานเสี่ยอ้วน จากนั้นไปเที่ยวต่อจุดที่ 5 สวนนงนุชพัทยา นายสายันต์ขอตัวมาเข้าห้องน้ำของศูนย์อาหาร หลังอาคารสวนนงนุชเธียร์เตอร์ และแอบส่งไลน์แจ้งเสี่ยอ้วน ก่อนจะไปยังจุดสุดท้ายที่ลานจอดรถหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เมื่อมาถึงนายสายันต์รีบลงจากรถ ข้ามถนนไปฝั่งเขาชีจรรย์ แชตไลน์แจ้งเสี่ยอ้วนแล้วไปไหว้พระ-ถ่ายรูปตามปกติ ก่อนไปนั่งพักบนก้อนหินใต้ต้นไม้หน้าพระพุทธรูปแกะสลัก ส่งไลน์ให้เสี่ยอ้วนทราบอีก เสร็จแล้วข้ามถนนกลับมาที่ลานจอดรถ ชักชวนนายวราเทพไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้น้องฟอสและน้องสปายเดินไปที่รถยนต์ เมื่อไปถึงห้องน้ำ นายสายันต์ได้โทร.ไลน์หาเสี่ยอ้วนหรือคนที่ร่วมวางแผน และเพียงไม่กี่อึดใจน้องฟอสและน้องสปายถูกมือปืนกระหน่ำยิงตายข้างรถยนต์

ในจุดที่ 6 นี้ ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นจุดที่ทีมฆ่า กำหนดให้เป็น “พื้นที่สังหาร” จึงสั่งให้นายสายันต์รายงานความเคลื่อนไหวของผู้ตายทั้งคู่อย่างละเอียด กระทั่งรู้ว่าลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลัก ไม่มีกล้องวงจรปิด อีกทั้งวันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ยากต่อการสังเกตความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวเช่นกัน ตลอดการทำแผนตามสถานที่เกิดเหตุทั้ง 6 จุด ผู้ต้องหาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน และประชาชนมุงดูเหตุการณ์ ตำรวจให้นายสายันต์สวมแว่นตาดำและหมวกปีกคลุมใบหน้า พร้อมให้ตำรวจหลายสิบนาย จับมือกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวผู้ต้องหาไว้ป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น หลังชี้จุดเสร็จสิ้นคุมตัวผู้ต้องหาไปศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขอฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันเนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ จากนั้นส่งตัวไปคุมขังเรือนจำพิเศษพัทยา ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนี ตำรวจเร่งไล่ล่ากระชั้นชิด ที่มีข่าวว่าหลบหนีอยู่แถวชายแดนเป็นแค่ข่าว ยังชี้ชัดไม่ได้เพราะกลุ่มคนร้ายต้องหนีให้สุดหล้าฟ้าเขียว ตำรวจก็ต้องเกาะติดกัดไม่ปล่อย วันนี้ตนจะเข้าไปดูรถกระบะของเสี่ยอ้วนที่พบในพื้นที่ จ.สระแก้ว ถ้าเป็นรถกระบะคงไม่ตรงกับหลักฐานที่พยานยืนยันว่าเป็นรถยนต์ซีอาร์วี สีขาว แต่เป็นไปได้ว่าคนร้ายจะใช้รถคันนี้หรือคันนั้น หรือเปลี่ยนรถระหว่างหลบหนี ฝากบอกพี่น้องประชาชนและพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตขอให้ไว้ใจตำรวจ ยิ่งเป็นตำรวจชลบุรีจะไม่ปล่อยคนร้ายลอยนวลแน่นอน ส่วนกระแสที่บอกว่าน้องทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ใช่ประเด็น ไม่ได้ยิงผิดตัวแน่ สาเหตุคือปมชู้สาว แต่ประเด็นอื่นต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานให้แน่ชัด ขอเวลาตำรวจทำงานให้ละเอียดรอบครอบจะได้ดิ้นไม่หลุด

“ที่ว่าเขาเป็นผู้มีอิทธิพล ร่ำรวย เงินจะกี่ล้านก็ซื้อตำรวจชลบุรีไม่ได้ ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ซื้อความยุติธรรมไม่ได้ หนีได้ก็หนีไป ถ้าสู้มาก็สู้ไป ตำรวจต้องป้องกันตัว ส่วนสถานบันเทิงเสี่ยอ้วนก็ตรวจค้นกันตามระเบียบ ผิดกฎหมายก็ว่ากันไป ตัวเสี่ยอ้วนยังชี้ชัดไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน ประเทศ ไทยหรือนอกประเทศ ขณะนี้เร่งติดตามแค่ผู้ต้องหา 3 คน ตามหมายจับก่อน ถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมสาวถึงใครจะขอออกหมายจับแน่ ส่วนนายวราเทพ เพื่อนสนิทผู้ตาย ตอนนี้กันตัวเป็นพยานเท่านั้นและรู้สึกเสียใจที่ถูกนายสายันต์หลอกใช้” พล.ต.ต.นันทชาติกล่าว

ก่อนหน้านี้ช่วงสายวันเดียวกัน พ.ต.ท.เริงกฤตชญ์ รักชาติ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว รับแจ้งพบรถยนต์ต้องสงสัยพุ่งตกคูน้ำริมถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-สระแก้ว ช่วงบ้านทับ-สระแก้ว เป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต ใช้รถยกนำกลับมาตรวจสอบที่ สภ.เมืองสระแก้ว พบชื่อผู้ครอบครองคือนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 2 สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ภายในรถไม่พบหลักฐานใดๆ คาดเป็นรถที่ 1 ในกลุ่มคนร้ายขับมาประสบอุบัติเหตุเลยทิ้งรถแล้วหลบหนีต่อไป ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุรจิต ขิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว สั่งการให้ตำรวจทุกโรงพักในพื้นที่ตะเข็บชายแดน จับตาดูรถยนต์ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กล 9444 ภูเก็ต ที่อาจเป็นรถยนต์คันที่นายปัญญาขับไปก่อเหตุและใช้หลบหนี ขับเข้ามาในพื้นที่หรือไม่

ที่ จ.ภูเก็ต กลางดึกคืนวันที่ 31.ก.ค. พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รอง ผกก.สส. ทหาร ชป.รส.ร.25 บก. ควบคุม พล.ร.5 และฝ่ายปกครอง เข้าค้นสถานบันเทิง Pum Pui เลขที่ 7 ล็อก B 3 ซอยอีซีบาร์ หรือซอยปุ้มปุ้ย ถนนบางลา ต.ป่าตอง ของนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน เป็นบาร์มีหญิงสาวเต้นโชว์ มีเด็กนั่งดริงก์ ในร้านมีแขกนั่งดื่มอยู่แค่ 1 โต๊ะ น.ส.จารุพักตร์ นันตนะ อายุ 29 ปี ผู้จัดการร้านยอมรับว่าไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง กล่าวว่า ปัจจุบันเสี่ยอ้วนเปิดสถานบริการ 2 แห่งอยู่ติดกัน คือ Pum Pui และเดอะไนท์ ผับ ขณะเข้าตรวจค้นเดอะไนท์ผับ ปิดร้านไปก่อนแล้ว ผู้ดูแลอ้างว่ามีแขกเข้าใช้บริการน้อยเลยปิดเร็ว ส่วนบาร์ Pum Pui พบหญิงสาวเต้นโชว์ มีพนักงานในร้านราว 30 คน ตำรวจกำลังขอหมายค้นเข้าค้นบ้าน 2 หลังของนายปัญญาในหมู่บ้านเบญจมาศ และถนนพระเมตตา หลังเกิดเหตุบ้านทั้ง 2 หลังปิดเงียบ ไม่มีใครเข้าออก สั่งให้ชุดสืบสวนเฝ้าดูความเคลื่อนไหวว่ามีใครเข้าออกหรือไม่

ต่อมาช่วงสาย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รอง ผกก.สส. นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง ในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ทหาร ชป.รส.ร.25 และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ เข้าตรวจสอบหอพักพนักงานร้าน Pum Pui เลขที่ 162/80 ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี (สาย ก) เป็นห้องพักที่เสี่ยอ้วนเช่าให้พนักงานพักอาศัย ค้นห้องพักพนักงาน 3 ห้องไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้น ไปตรวจค้นบ้านของนายปัญญา เลขที่ 169/52 ซอยพระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นบ้านชั้นเดียว ไม่มีคนอยู่ เจ้าหน้าที่ได้ตัดแม่กุญแจเข้าไปภายในบ้าน พบกระสุนปืน 9 มม. เกือบ 300 นัด ใบอนุญาตครอบครองปืน 9 มม. รถ จยย. 1 คัน และสมุดบัญชีธนาคารกว่า 10 เล่ม เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

นายวีรวิชญ์เผยว่า ผับ Pum Pui ของนายปัญญา ที่ถูกตรวจค้นเมื่อคืนและไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการนั้น ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอยู่ในชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง ไม่ทราบว่าเสี่ยอ้วนเปิดให้บริการได้อย่างไร ผับเสี่ยอ้วนเปิดมา 2 ปีเศษ มีลูกค้าแน่นร้าน เพราะเสี่ยอ้วนจะเน้นพนักงานสาวหน้าตาสะสวย ทำให้นักเที่ยวเข้าใช้บริการจำนวนมาก นิสัยเสี่ยอ้วนเท่าที่รู้จักมาเกือบ 20 ปี เป็นคนเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร เป็นคนที่ทุ่มเทความรัก หากรักใครสักคนจะทุ่มเทให้ทั้งใจและทรัพย์สิน หลังเกิดเหตุเคยลองโทรศัพท์ไปยังเบอร์มือถือเสี่ยอ้วนพบว่าปิดเครื่องติดต่อไม่ได้

สำหรับเสี่ยอ้วน หรือนายปัญญา ยิ่งดัง เคยก่อเหตุยิงนายอำพัน สุขสวัสดิ์ อายุ 47 ปี เสียชีวิตในหอพักพนักงานร้าน Pum Pui เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2560 อ้างว่าป้องกันตัว และเข้ามอบตัวสู้คดี สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง กระทั่งมาตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า 2 ศพดังกล่าว ทั้งนี้ มีคำสั่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้ตำรวจชุดสืบสวนทุกนายที่ไล่ล่าตัวเสี่ยอ้วนใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเสี่ยอ้วนเป็นคนชอบสะสมปืน เคยยิงคนตายมาแล้ว คาดว่าระหว่างหลบหนีน่าจะพกปืนติดตัวไปด้วย คงไม่ยอมให้จับง่ายๆ หากต่อสู้ขัดขืนตำรวจอาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตอบโต้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนบอกกับเพื่อนสนิทว่าไม่ต้องเป็นห่วงขณะนี้ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศกัมพูชาแล้ว ปลอดภัยดี และอาจตัดสินใจเดินทางต่อไปยังประเทศที่ 3 คาดว่าเสี่ยอ้วนหลบหนีออกตามช่องทางธรรมชาติในจังหวัดที่มีตะเข็บชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา เนื่องจากเสี่ยอ้วนเป็นคน จ.สุรินทร์ มีความคุ้นเคยพื้นที่ตามชายแดน และยังมีข้อมูลจากเฟซบุ๊กเพจ “ล่า” อ้างมีข้อความในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กของเสี่ยอ้วน โพสต์ภาพหนังสือเดินทางพร้อมบทสนทนาของเสี่ยอ้วนกับเพื่อนคนหนึ่ง ข้อความว่า “เดือนหน้าเจอกันออสซี่” และอีกข้อความหนึ่งว่า “ฝันให้ไกลไปให้ถึง ตามล่าฝัน...ติดตามตอนต่อไป พร้อมออกนอกประเทศ 5555 ถึงไหนถึงกันกับโลกใบนี้”

เย็นวันเดียวกัน ตำรวจเข้าตรวจสอบในบ้านเลขที่ 72 บ้านตาปัน หมู่ 2 ต.สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ของนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” พบรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กล 9444 ภูเก็ต ที่มีข้อมูลเป็นพาหนะของทีมสังหาร 2 หนุ่มสาวจอดอยู่ในบ้าน ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สุรินทร์ เข้าตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานต่างๆในรถ พร้อมคุมตัวน้องชายคนหนึ่งของเสี่ยอ้วนที่อยู่ในบ้านไปสอบปากคำว่ารถคันดังกล่าวมาจอดอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะคาดว่าหลังก่อเหตุเสี่ยอ้วน และนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน สมุนคู่ใจขับรถคันนี้กลับมาจอดไว้ที่บ้านเกิด ก่อนข้ามชายแดนเข้าไปกบดานใน จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ส่วนรถกระบะที่เสียหลักตกถนนอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว อาจเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจให้ตำรวจเข้าใจผิดว่ายังหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ

เวลา 14.00 น. ที่เมรุวัดบ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ พ่อ แม่ และญาติพี่น้องของนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ เหยื่อปืนโหดของเสี่ยอ้วน ร่วมทำพิธีฌาปนกิจศพท่ามกลางความเศร้าโศก มีเพื่อนนักเรียนและรุ่นพี่ในหมู่บ้านที่เป็นสาวประเภทสอง นำภาพถ่ายน้องฟอสแต่งชุดนางรำ ทำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ร่วมแห่ในขบวนศพ และพากันฟ้อนรำส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติ เพื่อนๆยืนยันว่าน้องฟอสมีจิตใจเป็นสาวตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนรักและสนิทกับน้องปลาย หรือน้องสปาย เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก ไม่ใช่แฟนกันตามที่เสี่ยอ้วนเข้าใจผิด ส่วนศพน้องปลาย เหยื่อปืนโหดอีกราย ญาติจะทำพิธีเผาศพที่เมรุวัดเดียวกัน เวลา 14.00 น. วันที่ 2 ส.ค.นี้

ก่อนทำพิธีเผาศพ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นางจอมศรี ชมพูฟื้น อายุ 43 ปี แม่น้องฟอส ที่อยู่ในอาการเสียใจไม่ยอมหลับยอมนอน นั่งเฝ้าโลงศพลูกชายพร้อมกับสามีที่มีอาการป่วยอย่างน่าเวทนา นางจอมศรีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอให้ตำรวจจับตัวเสี่ยอ้วนและผู้ร่วมขบวนการฆ่าลูกชายและน้องปลายมาดำเนินคดีโดยเร็ว และขอให้รับโทษจากผลการกระทำสูงสุด ความสูญเสียครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ในครอบครัว น้องฟอสเป็นเสาหลักส่งเงินมาให้ทางบ้าน ช่วยเหลือพ่อที่ป่วยทำงานหนักไม่ได้ ยืนยันว่าน้องฟอสมีจิตใจเป็นหญิง เป็นเพื่อนรักกับน้องปลาย เติบโตมาด้วยกันในสายเครือญาติ การสังหารครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาว ไม่เข้าใจว่าทำไมเสี่ยอ้วนถึงมีความโหดร้ายเช่นนี้ ยอมรับว่าครอบครัวรู้สึกกลัวในเรื่องของความปลอดภัย เพราะเสี่ยอ้วนเป็นผู้มีอิทธิพล แต่เชื่อมั่นว่าตำรวจจะจับตัวได้เร็วๆนี้แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสี่ยอ้วน บางลาพื้นที่มรณะหาดป่าตองสายันต์ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED