แม่ด.ญ.วัย11ใจสลาย!

พ่อเลี้ยงกามโฉดข่มขืนลูกเลี้ยงออทิสติก วัย 11 ขวบ หนีไม่รอดถูกตำรวจล็อกตัวได้ ขณะมาขอเบิกเงินที่ธนาคาร เนื่องจากพนักงานธนาคารจำได้เป็นคนร้ายที่ตำรวจล่าตัว ค้นพบยาบ้า 10 เม็ดครึ่ง ประสานตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน รับไปดำเนินคดี รอง ผบ.ตร.ร่วมสอบปากคำก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ตึกร้าง จุดทำร้ายขืนใจเด็ก และบริเวณส่งเด็กขึ้นรถแท็กซี่ เผยผู้ต้องหาอ้างเสพยาบ้าแล้วเกิดตัณหา ขณะที่แม่เหยื่อกามลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด อีกราย หนุ่มคนงานสูบส้วมพยายามขืนใจสาวรุ่นออทิสติกอยู่บ้านตามลำพัง ยายมาเห็นตะโกนเรียกชาวบ้านล่าตัว รุมยำสะบักสะบอม

พ่อเลี้ยงกามโฉด นายชัยยุท หรือเอ็ม คงเจริญ อายุ 40 ปี หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมายถูกรวบตัว ดำเนินคดีแล้ว หลังใช้อุบายไปรับตัว ด.ญ.เอ (นามสมมติ) เป็นออทิสติก อายุ 11 ขวบ จากบ้านตายายใน อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง อ้างจะพาไปพบแม่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ไปข่มขืนทารุณได้รับบาดเจ็บสาหัส เรียกรถแท็กซี่ให้พาไปส่งที่ รพ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อ้างว่าเด็กถูกทำร้ายแล้วขี่รถ จยย.หลบหนี ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนหนูน้อยเหยื่อกาม แพทย์รักษาจนพ้นขีดอันตรายแต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดอีกระยะ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. พ.ต.ท.ศุภณัฐ อาจหาญ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งจากตำรวจประจำป้อมจุดตรวจสี่แยกชะอำว่า ได้จับกุมนายชัยยุท หรือเอ็ม คงเจริญ พ่อเลี้ยงโฉดหนีคดีข่มขืนทารุณลูกเลี้ยงวัย 11 ขวบ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาชะอำ ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองชะอำ พบตำรวจสายตรวจร่วมกับพนักงาน รปภ.ธนาคารดังกล่าว คุมตัวนายชัยยุท อยู่ในธนาคาร ค้นตัวพบยาบ้า 10 เม็ดครึ่ง อยู่ในกระเป๋ากางเกง คุมตัวพร้อมรถ จยย.ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอสีเทาชมพู ทะเบียน 3 กฌ 3035 กรุงเทพมหานคร พาหนะใช้หลบหนี ไปสอบสวนที่โรงพัก

...

การจับกุมพ่อเลี้ยงโฉดครั้งนี้ เนื่องจากนายชัยยุท นำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไปขอเบิกเงิน พนักงานธนาคารกรุงไทยจำได้ว่าเป็นคนร้ายข่มขืนลูกเลี้ยงวัย 11 ขวบ ที่ตำรวจกำลังล่าตัว รีบไปแจ้งตำรวจประจำป้อมจุดตรวจสี่แยกชะอำ ตั้งอยู่หน้าธนาคารว่านายชัยยุทมาขอเบิกเงิน ตำรวจเข้าไปล็อกตัวไว้ได้ สอบสวนนายชัยยุทรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ประสานตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน รับตัวไปดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 17.15 น. ที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ร่วมสอบปากคำนายชัยยุท ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ตึกร้างบ้านหนองทะเล ซอยหลวงบาง หมู่ 7 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร ที่พา ด.ญ.เอไปข่มขืนบนชั้นสอง โดยมีประชาชนนับร้อยคนมุงดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตะโกนด่าทอผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น ก่อนนำตัวไปทำแผนบริเวณหน้าบริษัทกระทิงแดง ที่เรียกรถแท็กซี่ช่วยพา ด.ญ.เอ ส่งโรงพยาบาล

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายชัยยุท รับเด็กมาจากบ้านตายายบอกว่าจะพาไปเยี่ยมแม่ป่วยรักษาตัวที่ รพ.โพธิ์ทอง กระทั่งเช้านายชัยยุทบอกภรรยาจะพาเด็กไปส่งกลับบ้าน แต่กลับพาซ้อนท้ายรถ จยย.ไปที่ตึกร้างที่เกิดเหตุใช้กำลังทำร้ายต่อยท้องบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ จนเป็นเหตุให้ด.ญ.เอได้รับบาดเจ็บ แล้วข่มขู่ให้ ด.ญ.เอ รออยู่ในตึก ส่วนตนเองขี่รถกลับไปบ้านเช่าย่านแคราย อ.กระทุ่มแบน อาบน้ำเนื่องจากเปรอะเปื้อนเลือดของ ด.ญ.เอ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้ต้องหาย้อนกลับไปที่ตึกร้างเพื่อรับเด็กกลับบ้าน พบ ด.ญ.เอ มีอาการสะลึมสะลือเนื่องจากเสียเลือดมาก พานั่งรถ จยย.ไปที่โรงพยาบาล กระทั่งมาถึงหน้าบริษัทกระทิงแดง แล้วพบรถแท็กซี่ติดไฟแดง ขอให้คนขับแท็กซี่ช่วยไปส่ง รพ.กระทุ่มแบน แล้วฉวยโอกาสหลบหนีไปกระทั่งถูกจับได้ที่ อ.ชะอำ ผู้ต้องหาอ้างว่าที่ก่อเหตุขึ้นเพราะเสพยาเสพติด และมีความต้องการทางเพศ

ด้านแม่ของ ด.ญ.เอ นอนรักษาตัวที่ รพ.โพธิ์ทอง กล่าวถึงเหตุที่เกิดขึ้นด้วยน้ำตานองหน้าว่า ไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัว ตน และนายเอ็ม สามีอยู่กินกันมาประมาณ 9 ปี ดูแลและช่วยเหลือกันทุกอย่าง ไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกเหนื่อย และไม่เข้าใจว่า ทำไมสามีถึงทำแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

อีกรายเมื่อเวลา 12.40 น. ร.ต.อ.ทศพล พุ่มแสง รอง สวป.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปรับตัวคนร้ายพยายามข่มขืนสาวออทิสติกที่ ต.น้ำน้อย พบนายไพโรจน์ จันทร์คด อายุ 56 ปี ชาว อ.เมืองสงขลา ทำงานประจำรถสูบส้วมเอกชน มีอาการเมาสุรา ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้นจนสะบักสะบอม และพบเพื่อนของนายไพโรจน์รับเคราะห์ถูกรุมยำบาดเจ็บไปตามๆกัน คุมตัวส่ง พ.ต.ท.ชัยพงษ์ ธรรมสุรินทร์ สว. (สอบสวน) ดำเนินคดี

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายไพโรจน์กับเพื่อนมาตระเวนรับจ้างสูบส้วมในหมู่บ้าน นายไพโรจน์เห็น น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย นอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บ้านตามลำพัง บุกเข้าไปนั่งคร่อมหมายจะขืนใจแต่ยายของ น.ส.น้อยมาเห็นเหตุการณ์ เลยวิ่งหนีไป ชาวบ้านได้ประกาศเสียงตามสายไล่ล่าจนพบซ่อนตัวอยู่ในป่าบอนใกล้ที่เกิดเหตุ สอบสวนนายไพโรจน์ให้การรับสารภาพ ส่วนเพื่อนถูกรุมยำเพราะชาวบ้านถามว่ามากันกี่คนกลับโกหกบอกว่ามากันแค่ 3 คน ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าพยายามปกปิดความจริงช่วยเหลือคนร้าย หลังสอบสวนตำรวจแจ้งข้อหาคุมตัวนายไพโรจน์ดำเนินคดีฐานพยายามข่มขืนและบุกรุก ส่วนเพื่อนปล่อยตัวกลับไป