ต้นประดู่ยักษ์ อายุกว่า 100 ปี คู่วัดสะแก จ.ปทุมธานี โค่นล้มแบบขุดรากถอนโคน หลังลมแรงจัด เจ้าอาวาส ยัน ถึงเวลาไม่ใช่อาเพศใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (11 พ.ค. 61) ได้เกิดฝนตกอย่างหนักและมีลมกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ จ.ปทุมธานี จนมีน้ำท่วมขังในหลายๆแห่ง และมีความเสียหายเกิดขึ้นที่วัดสะแก ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เนื่องจากต้นประดู่ยักษ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นไม้คู่วัดสะแก อายุนับร้อยปี ได้ล้มแบบขุดรากถอนโคน พักทับกำแพงโบสถ์จนได้รับความเสียหาย จนเป็นที่ร่ำลือว่าจะเกิดอาเพศอะไรหรือไม่

วันนี้ 12 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดสะแก โดยพบว่าต้นไม้ดังกล่าวปลุกอยู่ภายในกำแพงโบสถ์ด้านข้างฝั่งทิศเหนือ และพบพระอธิการเริงชัย ฐานุตตโร เจ้าอาวาสวัดสะแก ได้นำพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุซึ่งพบว่าต้นไม้ดังกล่าวล้มแบบขุดรากถอนโคนทับกำแพงโบสถ์ด้านทิศเหนือ จนกำแพงพังไป 2 ช่อง และยังอยู่ในสภาพเดิม รอให้เจ้าหน้าที่ ทต.สามโคก มาดำเนินการ

พระอธิการเริงชัย ฐานุตตโร เจ้าอาวาสฯ กล่าวว่าสำหรับต้นประดู่ต้นนี้คือต้นประดู่เลือด มีอายุกว่า 100 ปี ลำต้นกว้างประมาณ 5 คนโอบและเป็นต้นไม้คู่บารมีวัดนี้มานานและยังเป็นที่พักอาศัยของบรรดาฝูงนกนาๆชนิด ซึ่งเมื่อวานนี้ (11 พ.ค.) ได้เกิดฝนตกหนักลมพัดแรง จู่ๆต้นประดู่ก็ล้มโค่นลงแบบถอนรากถอนโคน จนมาทับกำแพงโบสถ์ จนได้รับความเสียหายเบื้องต้นความเสียหายอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งถือว่า ท่านยังศักดิ์สิทธิ์เพราะปกติต้นไม้โน้มไปทางตัวโบสถ์ แต่พอล้มทำไมถึงล้มมาทางกำแพง ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ จากเทศบาลตำบลสามโคกมาดำเนินการ ในส่วนของต้นไม้ หลังจากที่รอการดำเนินการ ได้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจะมาขอแต่ทางวัด คงให้ไม่ได้เพราะจะนำไปเพื่อทำการแปรรูป โดยถือว่าเป็นต้นไม้ที่อยู่คู่วัดมานาน ส่วนที่มีการร่ำลือว่าเกรงว่า จะเกิดอาเพศหรือไม่นั้น

...

พระอธิการเริงชัยฯ กล่าวว่า ไม่ใช่อาเพศใดๆทั้งนั้น แต่เป็นต้นไม้ที่มีอายุหลายร้อยปีเมื่อถึงเวลาก็ล้มและที่รากก็พบว่าแทบจะไม่มีรากแก้วแล้ว พอมีลมแรงก็เป็นอย่างที่เห็น เพียงแต่ต้นประดู่เลือดต้นนี้ มีเสียงร่ำลือว่าเคยมีผีสองตนมาสิงอยู่เท่านั้นเอง ตามคำบอกเล่าของอดีตเจ้าอาวาส ที่เล่าขานกันต่อๆ มา

ด้าน น.ส.เรณวดี ฝอยฝน ชาวบ้านที่ขายของหน้าวัดสะแก กล่าวว่าเมื่อช่วงเที่ยง ฝนตกลมบนแรงมาก จู่ๆ ลมก็พัดต้นประดู่ยักษ์ล้มลง ส่วนนางทองหยิบ ลาวเนือง อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่มาทำบุญเป็นประจำ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนจำความได้ ก็พบเห็นต้นประดู่ต้นนี้อยู่คู่กับวัดสะแกมาแล้ว และมักจะมีชาวบ้านต่างมาขอโชคลาภซึ่งมีทั้งสมหวังและไม่สมหวัง ซึ่งใครมีโชคตามที่มาขอ ก็จะนำผ้าสีมาผูก ถือว่าแล้วแต่โชควาสนาของใครของมัน แต่เสียดายที่ต้องมาพบต้นไม้ในสภาพแบบนี้ พร้อมกับมีการมองหาเลขเด็ดตามเคย