ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ประชุมติดตามคดีฆ่าปาดคอลุงขับแท็กซี่ พบเป็นหัวหน้าคิวหน้าโรงพยาบาลมหาชัย 2 พุ่งปมฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากวันเกิดเหตุใส่ทอง พกเงินจำนวนมาก เร่งล่าคนร้าย ...
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2561 พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเหตุนายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร คนขับแท็กซี่ถูกฆ่าชิงทรัพย์ บริเวณกองขยะถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา เข้าประชุมที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร โดยมี พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.พลัฎ วิเศษสิงห์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสังกัดภ.จว.สมุทรสาคร ทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 เข้าร่วม
พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เปิดเผย ความคืบหน้าในคดีฆ่าปาดคอแท็กซี่ว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นหัวหน้าคิวรถแท็กซี่ หน้าโรงพยาบาลมหาชัย 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้น มีคนเห็นว่าผู้ตายจอดอยู่ที่คิวเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 สักพักก็ออกไปจากคิว แต่ไม่ทันเห็นว่าผู้โดยสารเป็นใคร ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางโทรัด สนธิกำลังร่วมกับ ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด และสืบภาค 7 แบ่งหน้าที่กันลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลของคนร้ายที่ก่อเหตุมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายก็กำลังเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่จุดแรกที่ผู้เสียชีวิตรับคนร้ายขึ้นรถมา ไปจนถึงจุดที่พบศพ ส่วนมูลเหตุน่าจะมาจากวันที่เกิดเหตุนั้น ผู้ตายได้สวมใส่เครื่องประดับเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาทอย่างโปร่ง อีกทั้งยังมีแหวนทองคำ และนาฬิกาสีทอง ประกอบกับมีเงินสดติดตัวจำนวนมาก จึงเป็นเหตุจูงใจให้คนร้ายลงมือฆ่าปาดคอ ซึ่งประเด็นก็ได้มุ่งเป้าไปที่การฆ่าชิงทรัพย์ เพราะมีทรัพย์สินของผู้ตายหายไปเป็นทั้ง สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่หลิว 1 องค์ เงินสดจำนวนมากแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไร และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตอีก 1 เครื่อง
...
ส่วนประเด็นอื่นๆ นั้น ก็ยังไม่ตัดทิ้ง ซึ่งก็ต้องรอผลจากตำรวจสืบสวนทุกฝ่ายที่ลงไปหาข้อมูลก่อน ส่วนคนร้ายยังไม่ระบุว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวที่ก่อเหตุ เพราะพยานหลักฐานกำลังรอความชัดเจนอยู่ ซึ่งจะเร่งรัดติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด.