อุบัติเหตุสังเวยตีนผี 3 ราย ตายสยอง 7 ศพ บาดเจ็บระนาว 8 คน รายแรกรถตู้บรรทุกคนงานชาวเมียนมาจะไปส่งที่ชายแดนแม่สาย ระหว่างทางโชเฟอร์ขับซิ่งเฉี่ยวรถพ่วงไฟคลอกตายคาเศษเหล็ก 3 ศพ ที่เหลือหลุดกระเด็นตกรถบาดเจ็บระนาว 8 คน อีกรายรถบรรทุก 6ล้อ ขับกลับจากส่งผักที่ตลาดสี่มุมเมือง ระหว่างทางพุ่งชนประสานงากับรถเก๋งอย่างจัง ไฟลุกไหม้คลอกคนขับรถเก๋งตายสยอง 1 ศพ ส่วนรายสุดท้ายรถปิกอัพบรรทุกสายเคเบิลเต็มคัน คนขับซิ่งเสียหลักตกข้างถนนชนต้นไม้รถพังยับ ถูกอัดก๊อบปี้ตายอนาถยกคัน 3ศพ

เหตุการณ์ขับซิ่งชนสยอง 3 รายตายเจ็บระนาว โดยรายแรกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.53 น. วันที่ 17 มี.ค. ร.ต.อ.ภูริวัฒน์ พิลึก รอง สว. (สอบสวน) สภ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน แถมเกิดเพลิงลุกไหม้และมีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน บนถนนสายเอเชีย บริเวณ กม.ที่ 77 หมู่ 1 ต.บ้านแป้ง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผกก.นำกำลังตำรวจ แพทย์เวร รพ.พรหมบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูสิงห์บุรี เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุริมถนนฝั่งขาขึ้นภาคเหนือ พบรถตู้โตโยต้า ทะเบียน 33-1501 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพถูกเพลิงไหม้วอดทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกสยองคาซากรถ 3 ศพ เป็นชาย 1 ศพ และหญิง 2 ศพ ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวเมียนมายังไม่ทราบชื่อ สภาพศพดำเป็นตอตะโก ส่วนผู้บาดเจ็บ มี 8 ราย ถูกนำส่ง รพ.สิงห์บุรี ก่อนแล้ว 6 ราย และ รพ.พรหมบุรี 2 ราย ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมาเช่นกัน ตรวจที่เกิดเหตุห่างกันไม่มาก พบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 80-8433 สิงห์บุรี ลูกพ่วงทะเบียน 80-8432 สิงห์บุรี จอดอยู่ โดยมีนายสุรนาท จันทร์สง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/4 หมู่ 2 ต.คลองบาง อ.รัษฎา จ.ตรัง รอมอบตัว

จากการสอบสวนนายสุรนาทให้การว่า ขับรถ พ่วงบรรทุกแร่ยิปซัมมาตามถนน ถึงที่เกิดเหตุรถตู้ขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง ก่อนเสียหลักพุ่งชนแถบขวาของลูกพ่วงอย่างจัง จนประตูรถตู้หลุดกระเด็น ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถร่วงตกลงมาบาดเจ็บเกลื่อนถนน ตนรีบจอดรถและให้การช่วยเหลือทันที ขณะที่ นายรณกร ต้อนรับ คนขับรถตู้ให้การอ้างว่า ขับรถ บรรทุกผู้ตายและผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นแรงงานชาวเมียนมาไปส่งที่ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อต่อวีซ่าและกลับประเทศ ถึงที่เกิดเหตุรถพ่วงเลี้ยวเบียดกะทันหัน ตนรีบหักหลบแต่ไม่พ้น ชนเบียดแถบซ้ายเต็มๆจนประตูฝั่งผู้โดยสารหลุด ผู้โดยสารกระเด็นตกรถบาดเจ็บระนาว ก่อนเกิดประกายไฟและไฟลุกไหม้ขึ้นคลอกผู้ตายที่ถูกอัดติดอยู่ภายในรถตายสยองพร้อมกัน จึงคุมตัวคนขับทั้งคู่ไปสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย

...

อีกรายเปิดเผยขึ้นตอนตีสี่ครึ่งวันเดียวกัน ร.ต.อ.นพดล คชศิลา รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันเกิดเพลิงลุกไหม้และมีผู้ถูกไฟคลอกตายสยองบนถนนสายสองพี่น้อง-ลาดบัวหลวง หมู่ 1 บ้านบางการ้อง ต.บางตาเถร จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน กธ 7799 นครปฐม เสียหลักตกข้างถนน ด้านหน้ารถมีรอยชน พังยับเพลิงลุกไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำสกัดจนสงบ ตรวจสอบที่เบาะนั่งคนขับพบศพนายจอมพล มีฤทธิ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/30 หมู่ 5 ต.บัวปากท่า อ.บางเลน จ.นครปฐม ถูกไฟ คลอกศพดำเป็นตอตะโก

ตรวจในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 82-7522 กาญจนบุรี ชนอัดต้นไม้ในคูริมถนน ด้านหน้ารถพังยับ โดยมีนายบุญทัน เพ็ชรใส อายุ 38 ปี คนขับ รอมอบตัว และมีผู้โดยสารนั่งติดรถมาด้วย 8 คน แต่ละคนบาดเจ็บเล็กน้อย จากการสอบสวนนายบุญทันให้การอ้างว่า ขับรถกลับจากส่งผักที่ตลาดสี่มุมเมือง โดยมีคนงานนั่งโดยสารมาด้วยรวม 8 คน มุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ถึงที่เกิดเหตุรถเก๋งขับสวนทางและส่ายไปมาจนกินช่องทาง ตนหักหลบไม่ทัน พุ่งชนประสานงาอย่างจัง ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะแนวทางการสืบสวนและจากพยานหลักฐานคาดว่ารถ 6 ล้อคงหักหลบตัวเงินตัวทองที่ถูกชนทับตายบนถนน จนรถเสียหลักกินช่องทางไปชนประสานงากับรถเก๋ง อย่างจัง จึงคุมตัวไว้สอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง

ส่วนรายสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.40 น. ร.ต.อ.เดชาธร คำมิ่ง รอง สว. (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิตบนถนนหมายเลข 347 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ก่อนถึงโรงงานยาคูลท์ ต.ปากกราน พบรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตน 5602 กรุงเทพมหานคร กระบะหลังบรรทุกสายเคเบิลเต็มคัน เสียหลักชนอัดต้นไม้ริมถนนอย่างแรง ด้านหน้ารถยุบพังยับ มีผู้ถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ 3 ศพ ทราบชื่อนายสมเกียรติ เกตุแก้ว อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/39 หมู่ 4 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา คนขับ กับนายรณพน แสวงหา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 1 ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี อีกรายเป็นชายไม่ทราบชื่อ เบื้องต้นไม่มี ใครพบเห็นเหตุการณ์ คาดผู้ตายคงขับมาด้วยความ เร็วสูงจนเสียหลักตกข้างถนนชนอัดต้นไม้อย่างจัง