ในอดีตชาวนาไทยกับควายเป็นของคู่กันในการทำนาทำไร่แบบแยกออกจากกันไม่ได้เลย...!
แต่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่านเครื่องมือทำการเกษตรล้ำสมัยขึ้น ถูกนำมาใช้แทนแรงงานควายไทยมากขึ้น จนส่งผลให้ปริมาณลดน้อยถอยลงมาก เช่นเดียวกับ จ.ราชบุรี ที่กำลังประสบปัญหานี้เช่นกัน
แต่เนื่องจากปัจจุบันตลาดยังมีความต้องการใช้ควายอีกมาก เพราะเป็นสัตว์ที่ทนต่อโรคภัย เลี้ยงง่าย และสามารถเลี้ยงเป็นรายได้เสริมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่บ้านหนองตาดั้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้ง โรงเรียนสอนควาย และ ธนาคารควายในโครงการเกษตรตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
วันนี้ นายชยาวุธ จันทร จึงมอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด เตรียมพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนควายไทยบ้านหนองตาดั้ง เป็นแหล่งให้ความรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
พ่อเมืองราชบุรีเล่าว่า แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการอนุรักษ์ต้องคนชอบเลี้ยงควายอีกแห่งหนึ่ง อยู่ที่บ้านหนองบัวค่าย อ.จอมบึง มีชมรมอนุรักษ์ควายไทยเคยนำ “เจ้าทุย” ควายไทยไปแสดงภาพยนตร์เรื่องขวัญ-เรียม มาแล้ว
แต่กระนั้นยังเหลือควายอีกหลายตัว ส่วนหนึ่งเป็นควายที่ชมรมรับมาจากธนาคารควายและโรงเรียนควาย ในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554
ด้าน น.ส.กนษฐา กัญจน์ณัฎฐ์ ประธานชมรมอนุรักษ์ควายไทย กล่าวว่า หากภาครัฐให้การอนุรักษ์อย่างจริงจัง โดยนำเด็กและเยาวชนไปขี่ควายชมทุ่ง หรือซื้อควายไปใช้ในโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ
จะช่วยต่อลมหายใจและกำลังใจให้ชมรมแห่งนี้ยังยืนหยัดที่จะขยายพันธุ์ควายไทย ไม่ต้องถูกนำไปเข้าโรงฆ่าเหมือนกับหลายๆแห่งที่เคยทำ ควายไทยก็จะเพิ่มขึ้นและอยู่รอดต่อไปได้
...
เยาวชนของชาติก็จะยังได้เรียนรู้ชีวิตควายไทยในธรรมชาติไม่เพียงเห็นแต่ในภาพอีกต่อไป...!
ศุภโชค สร้อยน้ำ