ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีแย่งเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 ให้รอง ผบก. เป็นหัวหน้า เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเร่งทำสำนวนให้เสร็จก่อนสิ้นปีเพื่อส่งฟ้องคนกระทำผิด เชื่อต้องรอฟังคำพิพากษาศาลว่าใครผิดใครถูก ตอกกลับทนายความนำชี้บ้านพักข้าราชการ เป็นการชี้นำกระบวนการสอบสวนอาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่น ขณะที่ทนายความยังมั่นใจอดีตตำรวจจะชนะคดี ฝากถึงพยานฝ่ายครูหากยังไม่กลับตัวอาจถูกดำเนินคดี
ยังเป็นข้อโต้แย้งหาบทสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล เลข 533726 จำนวน 5 ใบ งวดวันที่ 1 พ.ย.60 ถูกรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 30 ล้านบาท ที่นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการ พิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง กาญจนบุรี อ้างว่าซื้อมาจากแม่ค้าขาประจำแล้วหายไปจนต้องเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี สอบสวนดำเนินคดี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อายุ 62 ปี คู่กรณี อดีต รอง สวป.สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ที่นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน อ้างว่าซื้อลอตเตอรี่มาจากแผงค้าในตลาดเรดซิตี้ ต.บ้านเหนือ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี
ความคืบหน้าการสอบสวนหาตัวเจ้าของลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 ธ.ค. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจากฝ่ายสอบสวน ภ.จ.กาญจนบุรี ประมาณ 10 นาย เข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ โดยมอบหมายให้รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อให้สอบสวนในทุกประเด็นและสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น และเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อนำส่งฟ้องศาลต่อไป
ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรีกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการออกมาให้ข่าวการออกรายการสัมภาษณ์พูดคุยต่างๆ เป็นสิทธิ์ของสื่อที่สามารถดำเนินการได้ แต่การทำสำนวนการสอบสวนพนักงานสอบสวนดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ การออกสื่อก็มิใช่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ที่พาดพิงบุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหาย โดยที่ฝ่ายที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้มีโอกาสชี้แจงในรายการเดียวกันเขาก็จะเสียเปรียบ อย่างการลงพื้นที่ไปชี้บ้านพักของทางราชการ เหมือนการชี้นำกระบวน การสอบสวนที่อาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่น แบบนี้เป็นการดำเนินการที่ผู้ร่วมรายการได้กล่าวอ้างโดยคู่กรณีไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
...
พล.ต.ต.สุทธิกล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าคดีนี้ผลประโยชน์มันเยอะ ทุกฝ่ายพยายามทุกวิถีทางที่จะให้เกิดความได้เปรียบ แต่ในส่วนของตำรวจเราดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้มีประโยชน์อื่นใด อยากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่ติดตามคดีนี้ให้พิจารณาให้รอบคอบ เชื่อว่าทุกอย่างต้องรอผลการพิจารณาพิพากษาจากศาลยุติธรรมก็จะได้ทราบว่าใครผิดใครถูกต่อไป แต่การออกสื่อแล้วนำเสนอข้อมูลต่อสังคมเหมือนพิพากษาแทนศาลแบบนี้ก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน และสื่อก็ควรที่จะระวังว่าอาจจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่ใช้เป็นช่องทางในการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อประชาชน
ขณะเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน กล่าวว่า พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ แต่ตนทราบข่าวว่าทางตำรวจภูธรภาค 7 จะตั้งคณะกรรมการให้ดูแลสำนวนคดีนี้แทน โดยจะไม่ให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เข้าไปดำเนินการ
ตนนั้นมั่นใจมากว่า ร.ต.ท.จรูญจะชนะคดีและไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ขณะนี้ตนมีพยานเพิ่มอีก 2 ปาก ส่วนกระแสตอนนี้มาเททางฝ่าย ร.ต.ท.จรูญเกือบทั้งหมดเพราะชาวบ้านเขาดูออกเนื่องจากทางครูมีพิรุธไม่น่าเชื่อถือขัดกับเหตุผล และอยากจะฝากถึงพยานของคุณครูทั้งหลายกลับตัวตอนนี้ยังทันหากถลำลึกลงไปอาจจะมีความผิดและอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย