มารดาน้องพลอย เหยื่อถูกอดีตแฟนทหารฆ่าและเผากว่า 3 ปี ที่สระบุรี ปล่อยโฮจนเป็นลมล้มพับ หลังตร.แจ้งลูกสาวถูกฆ่าตาย พบหลักฐานสำคัญ เหล็กดัดฟันติดอยู่กับฟันสีฟ้าและหัวเข็มขัด ถูกเผา ด้านศรีวราห์ ลั่น หลักฐานไปถึงใครจับหมด ขณะทนาย เชื่อ คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน
จากกรณี น้องพลอยรินทร์ ผลิตผล ถูกคนร้ายอุ้มหายไป นาน 3 ปี จนทางเจ้าหน้าที่ ติดตามจนเชื่อคนร้ายน่าเป็นแฟนผู้ตายพาไปและเชื่อว่าฆ่าจนเสียชีวิต จนมีเบาะแสหนีมากบดานที่โคราช บ้านหนองไม้ไผ่ อ.หนองบุญมาก จ.นคราชสีมา ซึ่งเป็นแฟนใหม่ จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจมีการปิดล้อมไล่ล่าทางพื้นดินและอากาศ และในที่สุด คนร้าย เข้าติดต่อกับทหารในพื้นที่ เพื่อมอบตัว จนรับสารภาพว่า เป็นผู้ฆ่าน้องพลอยและนำศพมาฆ่าเผาทิ้งทิ้งในป่าเขากะบุด ที่ แก่งคอย สระบุรี
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วันที่ 13 ส.ค. ทางด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รอง.ผบ.ตร พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพย์จันทร์ ผบก.ภจว.สระบุรี พ.ต.อ. ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค์ รอง.ผบก.ภจว. เดินทางมาที่ สภ. แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อมาทำการตรวจสอบและดูสำนวนทางคดี ว่า ในช่วง ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ของอ. แก่งคอย จ. สระบุรี ได้มีการพบศพหรือโครงกระดูกในพื้นที่หรือไม่ โดยมีทางด้านเจ้าของพื้นที่ พ.ต.อ. ไพโรจน์ ตรีโสภณ์ ผกก.สภ.แก่งคอย สระบุรี ให้การต้อนรับ จากนั้นได้มีการรื้อประวัติในคดีอุฉกรรจ์ว่าในช่วง ปี 2557 มีการพบหรือไม่ จากนั้นเมื่อมีการตรวจสอบ โดยได้พบว่า ช่วงดังกล่าวนั้นในพื้นที่ของ สภ. หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย 57 ที่ผ่านมา ทางพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หินซ้อน ได้มีการรับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า มีคนพบศพ โครงกระดูกคนถูกฆ่าเผานั่งยางที่บริเวณในป่ารกร้าง ที่ชายเขากะบุด หมุ่ที่ 2 ต. ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจพบว่า มีโครงกระดูกคนถูกฆ่าเผานั่งยาง โดยในที่เกิดเหตุ พบเหล็กดัดฟันติดอยู่กับฟันสีฟ้า และหัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมสเตนเลสตกอยุ่ ในเบื่องต้นไม่พบว่า เป็นใครมาจากไหน ทางเจ้าหน้าที่ จึงนำศพรอตรวจหาว่า ผู้ตายเป็นใครที่สถาบันนิติเวชกลางต่อไป จนถึงขณะนี้กระดูกยังอยู้ที่นิติเวช
...
จากนั้น ช่วงเวลา 21.40 น. ในระหว่างมีการสอบสวนรวบรวมหาหลักฐานคดีดังกล่าว ในห้องประชุม ที่ สภ. แก่งคอย ด้าน นางพัชรี ปั้นทอง และ นายรณณรงค์ กัวเพ๊ชร์ ทหารความส่วนตัว และญาติรวม 4-6 คน ได้เดินทางมาที่ สภ.แก่งคอย สระบุรี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้มาที่สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในช่วงดังกล่าว ทางผู้เป้นแม่น้องพลอย ยังไม่ทราบว่า ลูกสาวเสียชีวิตแล้ว เมื่อมาถึง ซึ่งแม่น้องพลอยยังมีสีหน้าสดใส ซึ่งคาดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่า พบตัวน้องพลอยแล้ว
จากนั้นเมื่อ นางพัชรี เดินทางมาถึงที่ สภ.แก่งคอย ก็ได้เข้าห้องประชุมเพื่อพบกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ภายในห้องประชุม โดยด้านนอกไม่ยินยอมให้สื่อมวลชนเข้าไป จากนั้นประมาณ 20 นาที ทางผู้สื่อข่าวได้ยินเสียงร้องไห้โฮ ออกมาจากห้องประชุม ซึ่ง ผู้สื่อข่าวทราบว่า ทางจ้าหน้าที่แจ้งกับนางพัชรีว่า น้องพลอยเสียชีวิตแล้ว จนทำให้นางพัชรี ถึงกับเป็นลมวูปไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำหลักฐานจากโครงกระดูกที่เก็บได้ ในที่เกิดเหตุ ที่มีการพบเผานั่งยางโดยนำเหล็กดัดฟันสีฟ้าให้ดู และหัวเข็มขัด จนแม่น้องพลอยจำได้ว่าเป็นของลูกสาวตน และสีฟ้าเป็นสีที่น้องชอบ
ต่อมา เวลา 22.10 น. ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นางพัชรี เดินทางขึ้นมาบนห้องชั้น 3 ของ สภ. แก่งคอย เพื่อทำการนำน้ำลายไปตรวจ เพื่อที่จะนำพิสูจน์ดีเด็นเอกับโครงกระดูกที่พบให้แน่ชัด ต่อไป โดยในระหว่างที่ขึ้นไปห้องชั้นที่ 3 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไป จนกระทั่งตรวจเสร็จ
ด้านนางพัชรี เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมา ตนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนั้น น้องพลอยมีปากเสียงกับ นายพลกฤต ซึ่งเป็นแฟนกัน และระยะหลังมีปากเสียงกัน โดยก่อนเกิดเหตุตนทราบว่า ทั้งคู่อยู่นั่งบนรถ และมีปากเสียงกันรุนแรง จนกระทั่งลูกสาวตนหายไป โดยที่ผ่านมา ตนเองก็พยามติดตาม และเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยตามหาตรวจ และที่ผ่านมาตนเองก็เคยมาที่ สภ.แก่งคอย หลังจาก ปี 2557 ว่า มีการพบโครงกระดูกแต่ในช่วงนั้นเรื่องเงียบหายไป จนตนมาทราบอีกทีในวันนี้ ที่แท้ก็เป็นกระดูกของลูกตนเอง
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนกรณีดังกล่าวนั้น ตนทราบ และประสานจากทางเจ้าหน้าที่ทหารที่ควบคุมตัวคนร้ายอยู่ว่า คนร้ายรับสารภาพว่า มีการฆ่าน้องพลอยแล้วมาทิ้งที่นี่จริง จนทางตำรวจตรวจหาข้อมูลพบ ส่วนทางด้านคดีแจ้งความทางตำรวจ ต้องรอทางทหารส่งตัวผู้ต้องหากลับมาก่อน ถึงจะแจ้งความได้ ส่วนทางด้านน้ำลายที่จะนำไปตรวจดีเอ็นเอ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทาง จ.ชัยภูมิ ได้นำน้ำลายผู้เป็นพ่อเพื่อส่งตรวจพร้อมกันที่ สถาบันนิติเวช คาด อีก 1-2 วัน รู้ผล ส่วน ในขณะเดียวกัน ทางด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ เผยต่อว่า ในส่วนค้นร้ายเบื้องตนตนก็ไม่แน่ใจจะมีกี่คน แต่หากทางจนท.ตำรวจตรวจสอบได้ว่า คนร้ายเป็นใครก็ไม่สนใจ ถ้าพบบุคคลเข้าข่ายก็จะทำการดำเนินคดีทั้งหมดอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ ทางทนายรณณรงค์ เผยว่า ตนเองคาดว่า ตัวคนร้ายเชื่อน่าจะมีไม่ตำกว่า 2 คน ซึ่งต้องรอทางเจ้าหน้าที่สอบสวน ต่อไป.
...