หากใครยังจำได้ จะคุ้นชื่อกับ ดารานางแบบ “แอนนา รีส” อายุ 30 ปี ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ปืนใหญ่จอมสลัด แต่แล้วเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2558 แอนนา ได้ก่อเหตุขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ซึ่งเจ้าตัวได้ร้องไห้ฟูมฟาย สุดท้าย ศาลได้ตัดสินจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท พร้อมกับพักใบอนุญาต
ล่าสุด เจ้าตัวต้องเจอกับเรื่องฉาวอีกครั้ง เมื่อก่อเหตุอาละวาดและทำลายทรัพย์สินภายในผับแห่งหนึ่ง พร้อมกับขับรถผู้อื่นหลบหนี ซึ่งต่อมาก็ได้มีคลิปที่เจ้าตัวกำลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว แต่กลับมีอาการด่าทอไม่หยุด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่นำตัวตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีสูงถึง 141 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามกฎหมายต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
คดีใหม่นี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว น.ส.แอนนา ตรวจหาสารเสพติด ซึ่งในชั้นสอบสวน ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวจำนวนเงิน 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากได้ผัดฟ้องไปก่อน
ร.ต.ท.อลงกต ทับชม รอง สว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า สภาพของดาราสาวอยู่ที่สถานีตำรวจว่า มีอาการมึนเมา โวยวายเสียงดัง ตามที่เห็นในคลิป ซึ่งทางตำรวจได้พยายามระงับอารมณ์ของดาราสาวให้ได้มากที่สุด อาจจะมีจับตัวไว้บ้างในกรณีที่จะเดินหนี แต่ไม่ได้ใช้กำลังห้ามปรามอย่างรุนแรง เนื่องจากว่าเป็นผู้หญิง
ทั้งนี้ ได้ตรวจแอลกอฮอล์ของดาราสาวแล้ว โดยพบปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหา เมาแล้วขับไว้ก่อน โดยเตรียมไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาล และหากผลการตรวจพบว่ามีสารเสพติด ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาอาจจะให้ประกันตัวก่อน หลังจากตรวจสารเสพติดเสร็จ ส่วนหลักทรัพย์ในการประกันตัวขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทราบคดีก่อนหน้านี้ที่ดาราสาวขับรถชนคนตายหรือไม่ ร.ต.ท.อลงกต กล่าวว่า ทราบ แต่ไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องไปตรวจสอบประวัติจากลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อดูว่าเคยกระทำความผิดอะไรบ้าง และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งไปให้ศาลพิจารณา ส่วนศาลจะมีดุลยพินิจอย่างไร จะเพิ่มโทษหรือไม่ หรือไม่อนุญาตให้รอลงอาญา ก็ถือว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่ไม่อาจก้าวล่วงได้
อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมายนั้น คดีที่ก่อเหตุในลักษณะใกล้เคียงกัน คือ ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (ในคดีเก่า) แล้วมาก่อเหตุคดีใหม่ คือ ขับรถในขณะมึนเมา ทั้งที่เวลาห่างกันไม่นาน จะมีผลอย่างไร เรื่องนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถาม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งให้ความรู้ด้านข้อกฎหมายว่า การพิจารณาในข้อกฎหมายนั้น จะขึ้นอยู่กับการนำสืบของโจทก์ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งวิธีการจะฟ้องนั้น โจทก์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลกับศาล ว่าเคยกระทำความผิดและรอการลงโทษไว้ โดยจะพิจารณาว่าเป็นความผิดซ้ำกับความผิดเดิมหรือไม่
“ตามกฎหมายอาญาระบุว่า หากความปรากฏแก่ศาล หรือ ศาลทราบเอง หรือ ปรากฏในคำแถลงของอัยการโจทก์ หากยังอยู่ในกำหนดระยะเวลารอการลงโทษ หากเป็นความผิดลหุโทษ ไม่ใช่ความผิดโดยประมาท ศาลก็อาจจะนำโทษของคดีเดิมมาบวกเพิ่มกับคดีใหม่ที่ก่อขึ้นก็ได้” นายสราวุธ กล่าว
ส่วนเรื่องการพักใบอนุญาตขับรถ (คดีเก่า) จนมาถึงคดีใหม่ มีสิทธิ์จะโดนถอนใบอนุญาตขับรถหรือไม่นั้น นายสราวุธ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทางอัยการฯ ที่จะพิจารณาพฤติการณ์ของคดี ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นอย่างไร
...
ด้าน นายนิติธร แก้วโต หรือ “ทนายเจมส์” อธิบายถึงคดีลหุโทษว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาคที่ 3 จะกำหนดคดีที่เข้าข่ายที่เป็นคดีลหุโทษ ตั้งแต่ มาตราที่ 367-398
ทั้งนี้ คดีลหุโทษเป็นคดีที่มีโทษอาญาไม่เกินหนึ่งเดือนและค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท แม้จะเป็นคดีที่มีโทษน้อยแต่เป็นคดีที่ยอมความกันไม่ได้ โดยส่วนใหญ่ตำรวจจะจบคดีลหุโทษด้วยการเปรียบเทียบปรับ
...
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีเมาแล้วขับ ไม่ถือว่าเป็นคดีลหุโทษแต่อย่างใด ส่วนโทษจำคุกและโทษปรับในการเมาแล้วขับนั้น ได้มีประกาศของคสช. แก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบกเมื่อปี 2558 และอนุมัติแล้วในเดือนมกราคม 2560 จึงทำให้มีโทษจำคุกและปรับหนักขึ้น.