ฮือฮาแชร์ว่อนโซเชียล รองผกก.สอบสวนตีแผ่ 31ปีไม่ก้าวหน้าไร้อนาคต


แชร์ว่อนโลกโซเชียล รอง ผกก.สอบสวน สน.อุดมสุข พิมพ์หนังสือขอลาออก น้อยใจในชีวิตราชการ ทำหน้าที่ตำรวจมา 31 ปี ทั้งเครียด รายได้น้อย ความก้าวหน้าไม่มี ประชดขอไปให้พ้นระบบราชการปัจจุบัน หันไปทำอาชีพอื่นเพื่อความสุข ความก้าวหน้า ผู้สื่อข่าวตามไปเจอเจ้าตัวที่โรงพัก ยืนยันเขียนจริง แต่ทำเพื่อเป็นเสียงสะท้อน ยอมรับเหนื่อยกับระบบงานที่หนัก ไม่มีขวัญกำลังใจ ส่วนเรื่องลาออกอยู่ระหว่างตัดสินใจ ยันไม่รู้วัตถุประสงค์คนเอาไปโพสต์ ด้านผู้บังคับบัญชาพร้อมพูดคุยเปิดอกหาทางแก้ปัญหา

ส่งต่อว่อน “ไลน์” ภาพเอกสารของนายตำรวจระดับรอง ผกก. ขอลาออกจากราชการครั้งนี้ ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. กลุ่มผู้ใช้แอพพลิเคชั่น “ไลน์” ส่งต่อรูปภาพเอกสารบันทึกข้อความ ส่วนราชการ สน.อุดมสุข ที่ 0015.(บก.น.4)(10)3 เรื่อง ขอลาออกจากราชการของ พ.ต.ท.รติวุฒิ นาคแก้ว รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว ปฏิบัติราชการ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.อุดมสุข กระจายไปทั่วโลกโซเชียล โดยเฉพาะในแวดวงสีกากี เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงหนังสือดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

สำหรับเอกสารฉบับนี้มีข้อความระบุว่า “ด้วยกระผม พ.ต.ท.รติวุฒิ นาคแก้ว รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว ปฏิบัติราชการ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.อุดมสุข เกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.10 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เริ่มเข้ารับราชการเมื่อวันที่ 1 ก.พ.29 จนถึงปัจจุบัน อายุราชการ 31 ปี 3 เดือน ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญาใดๆ อีกทั้งไม่มีหนี้สินกับทางราชการ กระผมรับราชการมานานถึง 31 ปี แต่พบว่า ระบบราชการในปัจจุบันไม่ทำให้กระผมมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการได้แต่อย่างใด อีกทั้งพบและเชื่อว่า ไม่มีความหวังว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่งานราชการแบบระบบปัจจุบันได้ในอนาคตอันใกล้ กระผมเหลือเวลารับราชการอีกเพียง 10 ปี สุขภาพร่างกายยังดีไม่มีโรคประจำตัว และกระผมเห็นว่า หากลาออกไปประกอบอาชีพอื่นจะมีความสุขความเจริญก้าวหน้าได้ในช่วงชีวิตที่เหลือ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับงานสอบสวนที่หนัก ค่าตอบแทนต่ำ มีแต่ความเครียด และเพื่อให้พ้นจากระบบราชการแบบในปัจจุบันนี้ จึงขอลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบเป็นต้นไป”

มีข้อสังเกตว่า บันทึกข้อความขอลาออกจากราชการฉบับนี้ มีเพียงการพิมพ์ชื่อนามสกุลและตำแหน่งไว้ที่ท้ายหนังสือ แต่ไม่มีการลงลายมือชื่อของ พ.ต.ท.รติวุฒิแต่อย่างใด นอกจากนี้ ไม่มีการระบุวันที่เขียน ระบุเพียงเดือนพฤษภาคม 2560 เท่านั้น


เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สน.อุดมสุข ถึงกรณีดังกล่าวได้ข้อเท็จจริงว่า ทราบเรื่องหนังสือที่ถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลแล้ว แต่ยังไม่มีการยื่นหนังสือถึงตนแต่อย่างใด จากที่มีการแชร์ส่งต่อกันเป็นเพียงร่างหนังสือ ไม่มีการลงลายเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.รติวุฒิเคยปรึกษาเรื่องการขอลาออกมาบ้าง เนื่องจากงานสอบสวนเป็นงานที่หนักและมีความเครียด ตนรับฟังถึงปัญหาและให้คำปรึกษาไปบ้าง ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการลาราชการ 4 วัน เมื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวเพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ด้าน พ.ต.ท.สมชัย อนิวัติกุลชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.อุดมสุข ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข กล่าวว่า หลังหนังสือถูกเผยแพร่ออกไปตนได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.รติวุฒิถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีการยื่นขอลาออกจากราชการแต่อย่างใด สำหรับ พ.ต.ท.รติวุฒิเป็นนายร้อยตำรวจอบรม จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มาช่วยราชการที่ สน.อุดมสุข ได้ประมาณ 4 เดือน ตลอดเวลาที่ร่วมงานกัน พ.ต.ท.รติวุฒิไม่มีปัญหากับใคร ส่วนความเครียดในส่วนงานสอบสวน เห็นว่าแม้งานจะมีความเครียดบ้าง แต่คดีความที่ สน.อุดมสุข มีจำนวนไม่มาก หากเทียบกับ สน.โชคชัย ที่ พ.ต.ท.รติวุฒิเคยทำหน้าที่ก่อนจะไปรับตำแหน่งที่ สน.ลาดพร้าว กระทั่งมาช่วยราชการที่ สน.อุดมสุข ฉะนั้นเรื่องการทำงานที่ สน.อุดมสุข จึงไม่มีปัญหา คาดว่าน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวหรืองานที่เคยรับผิดชอบมามากกว่า ทั้งนี้ ได้ให้กำลังใจ พ.ต.ท.รติวุฒิในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แล้ว

ต่อมาเวลา 19.00 น. วันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สน.อุดมสุข พบ พ.ต.ท.รติวุฒิกำลังปฏิบัติหน้าที่ จึงสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.ท.รติวุฒิเผยว่า เป็นหนังสือจริง วัตถุประสงค์เพื่อปรึกษานายและเพื่อนๆ ไม่ได้ลงนาม แต่บังเอิญมีคนนำไปเผยแพร่ ไม่ทราบวัตถุประสงค์คนเอาไปเผยแพร่ ในอดีตตนเรียนจบนักเรียนพลตำรวจจังหวัดลำปางปี 2529 ไปสังกัด สภ.เมืองนครสวรรค์ ปี 2535 ย้ายมา ตม. ดอนเมือง ปี 2539 จบนิติศาสตร์ มสธ.แล้วอบรมขึ้นชั้นสัญญาบัตร ปี 2541 เป็นพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ปี 2543 ย้ายไป สน.โชคชัย ปี 2547 ย้ายมา สน.อุดมสุข จนถึงปี 56 ย้ายไป สน.โชคชัย ปี 2559 ย้ายไปเป็น หน.ชุดพนักงานสอบสวน อยู่ สน.ลาดพร้าว 2 เดือน แล้วย้ายมาช่วยงาน สน.อุดมสุข

พ.ต.ท.รติวุฒิกล่าวว่า เคยเป็นกลุ่มสหพันธ์พนักงานสอบสวน มีแนวคิดขอแยกงานสอบสวน ออกจากงานสืบสวนปราบปราม โดยหนังสือนี้เป็นแค่เสียงสะท้อน ยอมรับว่าเหนื่อยกับระบบงานที่เหนื่อยหนัก ไม่บำรุงขวัญกำลังใจ ทั้งนี้ ขอดูต่อไปตามสถานการณ์ ปัจจุบันยังคงทำงานตามปกติ ยืนยันไม่ได้เผยแพร่แต่มีคนแอบเอาไปโพสต์ วัตถุประสงค์อย่างไรต้องถามคนเอาไปเผยแพร่ ส่วนตัวอยู่ระหว่างตัดสินใจ แล้วแต่ดุลพินิจต่อไป รวมทั้งรอท่าทีว่าจะปฏิรูป สตช.ไปในทางใด จะย้ายไปสังกัดกระทรวงยุติธรรมจริงหรือไม่ และไม่คิดจะฟ้องใครที่เอาไปเผยแพร่