ครอบครัวสาววัยเบญจเพส ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับดับ เข้ารับศพที่สถาบันนิติเวชจุฬาฯ ด้วยความโศกเศร้าแล้ว ด้าน ตร.ชี้สาเหตุเบื้องต้น รากแก้วต้นไม้เน่าเปื่อยจนขาด ทำให้ล้มทับสายไฟจนเกิดเหตุสลด 

วันที่ 14 พ.ค. ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบครัวของ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับ บริเวณซอยชิดลม ถนนชิดลม เดินทางมารอรับร่างของ น.ส.ณัชชาพัชร์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งทางมารดาของผู้เสียชีวิตคงยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป ได้เรียกหา น.ส.ณัชชาพัชร์ อยู่ตลอดเวลา โดยมีครอบครัวดูแลมารดาของ น.ส.ณัชชาพัชร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางมารดาได้ไปเชิญดวงวิญญาณของ น.ส.ณัชชาพัชร์ ที่จุดเกิดเหตุ ก่อนจะมารับร่างของ น.ส.ณัชชาพัชร์ ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ นอกจากนี้ตัวแทนของการไฟฟ้านครหลวงนำพวงหรีดมามอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งในเย็นวันนี้ (14 พ.ค.) ทางการไฟฟ้านครหลวงจะไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรม และมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลใด เพราะต้องตรวจสอบในรายละเอียดหลายๆ ด้าน เนื่องจากการตรวจสอบต้นไม้พบว่า รากแก้วของต้นไม้มีการเน่าเปื่อยผุจากการที่แช่น้ำ จึงเป็นสาเหตุทำให้รากแก้วขาด จนเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้า และฉุดเสาไฟฟ้าจนล้มลงมาทับร่างผู้เสียชีวิต การทำงานของตำรวจขณะนี้ ต้องตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

โดยทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มีคำสั่งให้คณะทำงานในคดีนี้ตรวจสอบในรายละเอียดด้วยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้จะมีผู้ใดเข้าข่ายกระทำการโดยประมาทหรือไม่ เช่น ตรวจสอบว่าการติดตั้งเสาไฟฟ้ามีระยะห่างจากต้นไม้ใหญ่ตามที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงการดูแลต้นไม้ของผู้ที่ปลูกมีการดูแลดีหรือไม่ เพื่อเป็นบรรทัดฐานหากเกิดเหตุการณ์คล้ายลักษณะนี้อีก โดยให้ พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รอง ผบก.น.5 ลงมาควบคุมดูแล แต่ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ ที่เป็นเจ้าของและผู้ดูแลต้นไม้ดังกล่าว ได้เข้าช่วยเหลือกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว

...

ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.ณัชชาพัชร์กำลังเดินทางไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอมบาซซี่ ซึ่งใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ โดยหลังจากเกิดเหตุทางครอบครัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดโทษว่าเป็นความผิดของใคร ซึ่งส่วนนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบว่ามีผู้ใดกระทำผิดหรือต้องรับโทษหรือไม่ แต่ในส่วนของการช่วยเหลือทางครอบครัวได้รับการช่วยเหลือจากทางเจ้าของอาคารอัลม่าลิงค์ตรงจุดเกิดเหตุ ที่เป็นเจ้าของต้นไม้ดังกล่าวแล้ว ในเรื่องของการจัดการศพเบื้องต้น ส่วนทางการไฟฟ้า ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป.