ข่าว
100 year

จำคุก 15 ปี ด.ต.อดีตสายสืบบางขุนเทียน ค้าไอซ์ กัญชา แอบซุกของในโรงพัก

ไทยรัฐออนไลน์4 พ.ค. 2560 11:27 น.
SHARE

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกด.ต.อดีตตำรวจสายสืบสน.บางขุนเทียน คบแก๊งค้ายา ให้ลูกน้องที่เป็นอดีตผู้ต้องหาเป็นคนเดินยา ทั้งรับเคลียร์คดีสารพัด พบหลักฐานเส้นทางการเงินชัด ตัดสินจำคุก 15 ปี 9 เดือน ปรับ 1.2 ล้าน... 

ที่ศาลอาญา วันที่ 4 พ.ค. ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ฟ้องด.ต.ธีรชัชอัศม์ หรือบุญยัง เมืองกระจ่าง อายุ 53 ปี อดีตผบ.หมู่งานสืบสวน สน.บางขุนเทียน เป็นจำเลยฐานมียาเสพติด (ยาไอซ์) และกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฟอกเงิน จำเลยให้การปฏิเสธ

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อปี 2558 พ.ต.ท.สุเมธ พิทักษ์เกียรติยศ สังกัดกก.3 บก.ปส.1 บช.ปส. ได้รับคำส่ังจากผู้บังคับบัญชาว่ามีตำรวจนครบาลหลายคน ทำตัวเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติด มีพฤติกรรมเรียกร้องผลประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ถูกจับกุม ต่อมา สืบทราบว่าที่สน.บางขุนเทียน มีตำรวจกระทำความผิดลักษณะเป็นเครือข่ายกับนักค้ายา โดยมี ด.ต.บุญยัง ตำรวจสายสืบ มักใช้ผู้ต้องหาที่พ้นโทษ ให้เดินยาและเก็บเงินจากลูกค้าแทนตน ในย่านบางขุนเทียน บางบอน และรับช่วยเหลือผู้กระทำผิด โดยร่วมกับนายพิเชษฐ์ (ขอสงวนนามสกุลเพราะถูกแยกดำเนินคดี ไม่ทราบผลคดี) หรือเชษฐ์ ท่าแพ และนายสายัณห์ (ขอสงวนนามสกุล ถูกแยกดำเนินคดีฯ) หรือยัน วัดน้อย และแจ้ด โอรส เครือข่ายค้าชื่อดัง ต่อมาวันที่ 11 มี.ค.2559 จึงขอหมายจับศาลอาญาที่ 65/2559 เข้าจับกุม ด.ต.บุญยัง ได้ที่ร้านอาหารมากันจัง ซอยเอกชัย 35 ย่านบางบอน 5 กทม.พร้อมปืนลูกโม่ ขนาด.38 และโพยสลากกินรวบ (แยกดำเนินคดีไปแล้ว) นำมาสอบสวน ผู้ต้องหาปฏิเสธ จึงคุมตัวไปค้นที่ห้องฝ่ายสืบสวนสน.บางขุนเทียน โดยมีพ.ต.ท.ไพรัตน์ เพ็งหนู สว.สส.สน.บางขุนเทียน ประสานงานนำเข้าค้น พบยาไอซ์ 0.754 กรัม กับกัญชา 0.268 กรัม เครื่องชั่งตรวจวัดขนาดพกพา จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่าย

โจทก์นำสืบว่า จำเลยมีพฤติการณ์ติดต่อกับนายสายัณห์ หรือยัน วัดน้อย เป็นลูกน้องอดีตผู้ต้องหาให้เดินยา ที่รับมาจากนายพิเชษฐ์ หรือเชษฐ์ ท่าแพ กล่าวคือจำเลยมีพฤติกรรมไปเรียกเอาเงินจากนายเชษฐ์ จนนายเชษฐ์เงินหมดจึงจ่ายหนี้ด้วยยาเสพติดแทน เมื่อจำเลยรับยามาก็ให้นายยัน วัดน้อยเอาไปขาย นายยัน ส่งให้ น.ส.ตุ๊กตา ไม่ทราบนามสกุล ไปขายยา ขายได้แล้วก็โอนเงินเข้าบัญชีจำเลยโดยตรง ตำรวจจึงมีบันทึกการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างบุคคลทั้งหมดตลอดสองปี ต่อมาตำรวจจับนายเชษฐ์ ท่าแพได้ ย่านหนองแขม กทม. และจับนายยัน วัดน้อย พร้อมยาเสพติดแยกดำเนินคดี

ขณะที่จำเลยต่อสู้ว่า ตำรวจเป็นตำรวจที่ดี เคยได้รับประกาศเกียรติคุณจากบก.น.9 ที่จับกุมคนร้ายปล้นทรัพย์ ไม่เคยคบคิดค้ายาเสพติด โต๊ะที่พบมีตำรวจสายสืบ 16 คน และสายลับใช้ร่วมกัน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์แน่นหนา ไม่มีเหตุปรักปรำกลั่นแกล้งจำเลย ซ้ำยังได้ความจากพ.ต.ท.อชิระวิชช์ จันทองพูลศิริ พนักงานสอบสวน ว่าสามารถตรวจพบเส้นทางการเงินของจำเลยกับกลุ่มนักค้ายา และมีการติดต่อกับน.ส.ตุ๊กตาที่รับยาไปขายแล้วโอนเงินเข้าบัญชีจำเลย และนอกจากนี้นายสายัณห์ กับนายพิเชษฐ์ ยังให้การซัดทอดจำเลย ซึ่งเป็นคำให้การของผู้กระทำผิดด้วยกันแต่เป็นคนละสำนวน อีกทั้งไม่ได้ซัดทอดเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด เมื่อเอาพยานซัดทอดมาฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษาลงโทษฐานมียาไอซ์เพื่อจำหน่าย 15 ปี ปรับ 1.2 ล้านบาท ฐานมีกัญชาเพื่อจำหน่าย จำคุก 9 เดือน ถ้าไม่ใช้ค่าปรับ ให้ออกหมายขังแทนค่าปรับแต่ให้กักขังแทนค่าปรับได้ไม่เกินสองปี ของกลางโทรศัพท์มือถือและอื่นให้ริบ แล้วออกหมายขังส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำทันที.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จำคุกตำรวจตำรวจค้ายาสายสืบสน.บางขุนเทียนจำคุก15ปีบุญยัง เมืองกระจ่าง

คุณอาจสนใจข่าวนี้