สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ 150 รูป เข้ารับพระราชทานอาหารบิณฑบาตในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 15 เม.ย. และพระราชทานพระราชานุญาตให้สาธุชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก นำคณะนายทหารระดับสูงตรวจความเรียบร้อย “ราชรถปืนใหญ่ต้นแบบ” ที่ใช้ฝึกซ้อมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทดสอบลากชักครั้งแรกไร้ปัญหา ขณะที่เชือกฉุดชักราชรถในริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ใช้ในการซ้อม ทหารเรือจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ขณะที่บรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากทั่วทุกภาคมารอเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ จากจังหวัดเชียงใหม่ นครปฐม เพชรบุรี ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 23,330 คน รวม 159 วัน มี 6,021,792 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,713,282.25 บาท รวม 159 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 492,351,892.26 บาท

เวลา 13.00 น. สำนักพระราชวัง แจ้งว่า เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระราชพิธีสงกรานต์ปีนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันที่ 15 เม.ย. โดยในเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 150 รูป เข้ารับพระราชทานอาหารบิณฑบาตที่ในพระบรมมหาราชวัง

...

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินมายังพระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง สรงน้ำพระพุทธรูป ณ หอพระสุลาลัยพิมาน สรงน้ำพระบรมอัฐิ พระอัฐิ ณ หอพระธาตุมณเฑียร เลี้ยง พระสงฆ์ 76 รูป ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในเวลา 10.30 น. และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราช ดำเนินสรงน้ำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายราชสักการะพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปิ่น เกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้า ณ หอพระนากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลา 17.30 น.

นอกจากนี้ ในวันที่ 13-15 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้สาธุชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดรด้วย สำหรับการเข้ากราบพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13-15 เม.ย. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพตามปกติตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 13-14 เม.ย. สำนักพระราชวังเปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. วันที่ 15 เม.ย. สำนักพระราชวังงดจำหน่ายตั๋วตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวและคนไทยเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ทางประตูสวัสดิโสภา (ฝั่งกระทรวงกลาโหม)

ด้าน พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.อคฝ.ตัวแทนกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) นายจำลอง ยิ่งนึก ผอ.กองพระราชพิธีสำนักพระราชวัง นายนำชัย พรหมมีชัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่บริเวณด้านทิศเหนือของสนามหลวง เตรียมปรับปรุงพื้นที่ใช้ในการจัดงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ค.

พล.ต.ธานีเปิดเผยว่า หลังส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงเกษตรฯในวันที่ 17 เม.ย. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯจะเริ่มทยอยเข้าพื้นที่เตรียมงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญและหลัง จากเสร็จสิ้นพระราชพิธี กระทรวงเกษตรฯจะปรับพื้นที่ ก่อนส่งมอบให้กับกรมศิลปากร ในการขยายพื้นที่เพิ่มเติมก่อสร้างส่วนอาคารประกอบในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อไป และในวันที่ 12 พ.ค. งดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลช่วงครึ่งวันเช้า ส่วนการเข้าถวายบังคมพระบรมศพยังคงเปิดตามปกติ

ขณะที่ในเวลา 10.30 น. ที่หน้าประตูเทวาภิรมย์ น.ส.พจนี พะเนียงเวทย์ รอง ผอ.บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) นายเพชร พะเนียงเวทย์ ผจก.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เดินทางมาที่เต็นท์วชิราวุธวิทยาลัย กล่าวคำขอโทษกับตัวแทนวชิราวุธวิทยาลัยและสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯกรณีที่เกิดเหตุการณ์เรื่อง “ถาดขนมปังฟาร์มเฮ้าส์” จนเป็นข่าวฮือฮาในโลกโซเชียล มีนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ในฐานะนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย และกรรมการโครงการวชิราวุธน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นตัวแทนพูดคุยปรับความเข้าใจกัน

นายชลิตรัตน์กล่าวว่า บริษัทและสมาคมได้ปรับความเข้าใจกัน ขอโทษซึ่งกันและกันแล้ว หลังพูดคุยกันส่วนตัวพอใจในระดับหนึ่ง แต่ผู้บริหารฟาร์มเฮ้าส์ที่เป็นคู่กรณีจะเดินทางมาขอโทษ หรือพูดคุยด้วยตัวเองอีกครั้งหรือไม่ เป็นเรื่องที่บริษัทฟาร์มเฮ้าส์จะดำเนินการตามความเหมาะสม ก่อนหน้านี้โครงการวชิราวุธน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับเงินสนับสนุนจากนักเรียนเก่าและใหม่ของวชิราวุธวิทยาลัย รวมทั้งผู้มีจิตอาสาที่สนับสนุนจัดซื้อขนมปังและน้ำดื่ม มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพมาต่อเนื่องกว่า 80 วัน หลังจากนี้คณะกรรมการโครงการจะต้องหารือกันว่า จะสั่งซื้อขนมปังจากบริษัทดังกล่าวมาแจกประชาชนอีกหรือไม่

...

ที่หน้ากองบัญชาการ กรมสรรพาวุธทหารบก เวลา 15.00 น. พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พร้อมนายทหารระดับสูงของกรมสรรพาวุธทหารบก ร่วมกันตรวจดูความเรียบร้อยของราชรถปืนใหญ่ ที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดสร้างโดยกองโรงงานซ่อม สร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก(กรซย.ศซส.สพ.ทบ.) ภายในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา มี พ.อ.(พิเศษ)นพรัตน์ นาคจันทึก ผอ.กรซย. ศซส.สพ. ทบ. เป็นผู้ควบคุมการจัดสร้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชรถปืนใหญ่องค์นี้ ถูกขนย้ายมาจาก กรซย.ศซส.สพ.ทบ.จ.นครราชสีมา โดยรถบรรทุกหนักของกรมสรรพาวุธทหารบก 2 คัน แบ่งเป็นส่วนของราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้าและส่วนหลัง น้ำหนักรวมทั้งองค์ 2 ตันเศษ หลังจากมาถึงราชรถปืนใหญ่ได้ถูกขนย้ายลงมาจากรถบรรทุก แล้วนำ 2 ส่วนสำคัญมาประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนทดสอบการชักลากจริงเป็นครั้งแรก ที่ลานหน้ากองบัญชาการกรมสรรพาวุธ ทหารบก มีเจ้ากรมสรรพาวุธ ทหารบก นำนายทหารระดับสูง ร่วมกันทำหน้าที่เป็นพลทดสอบการชักลาก ทั้งมีการทดสอบการเลี้ยววงแคบ ผลปรากฏว่าราชรถปืนใหญ่องค์นี้ มีระบบการขับเคลื่อนสมบูรณ์ดี

พล.ท.อาวุธกล่าวว่า ราชรถปืนใหญ่องค์นี้ ถือเป็น 1 ใน 3 องค์ ที่กรมสรรพาวุธได้รับมอบหมายให้จัดสร้างขึ้น เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ใช้เวลาจัดสร้างกว่า 3 เดือน ถือเป็น “ราชรถ ปืนใหญ่ต้นแบบ” ที่จะใช้เฉพาะในการฝึกซ้อมเท่านั้น ส่วนราชรถปืนใหญ่อีก 2 องค์ ที่อยู่ที่ กรซย.ศซส.สพ.ทบ. ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมาจะทำหน้าที่เป็นราชรถที่ใช้ในพระราชพิธีจริง และราชรถสำรอง แต่ทั้ง 3 องค์ต้องสร้างให้เหมือนกันทุกประการ

...

พล.ท.อาวุธกล่าวด้วยว่า ในส่วนของจัดสร้าง คืบหน้าไปกว่า 80% ที่ต้องนำราชรถปืนใหญ่ต้นแบบมาเก็บไว้ที่กรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาวัดขนาดและร่วมกันปรับแต่งส่วนต่างๆให้สมบูรณ์ คาดว่าภายในปลายเดือน เม.ย. ราชรถปืนใหญ่ต้นแบบองค์นี้ จะได้รับการปรับแต่งให้สมบูรณ์ พร้อมส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จัดทำต่อในส่วนของงานประณีตศิลป์ สำหรับราชรถปืนใหญ่องค์จริงและราชรถปืนใหญ่ องค์สำรอง จะถูกส่งมาที่กรมสรรพาวุธ ทหารบก ประมาณเดือน พ.ค.

ด้าน พ.อ. (พิเศษ) นพรัตน์กล่าวว่า โครงสร้างและฐานล้อของราชรถปืนใหญ่ มาจากปืนใหญ่แบบ 51 ที่เคยใช้ประจำการในกองทัพมากว่าร้อยปี โครงสร้าง ที่เป็นไม้ มีความเก่าแก่มากจึงต้องทำขึ้นใหม่ ใช้ไม้ประดู่ที่ความคงทนต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไทย ส่วนสำคัญอีกส่วนคือการปรับให้เข้ากับเกรินบันไดนาคที่จะใช้เคลื่อนพระบรมโกศ ลงจากพระมหาพิชัยราชรถ ขณะนี้มีการออกแบบระบบของการเชื่อมต่อกับเกรินไว้แล้วหลายแบบ เป็นระบบเชื่อมต่อแบบราง แต่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาเห็นชอบร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะใช้แบบใดที่จะเหมาะสม และหลังจากกรมศิลปากรตกแต่งเสร็จสิ้นแล้วราชรถปืนใหญ่ต้นแบบจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการฉุดชักราชรถปืนใหญ่ รับไปดำเนินการฝึกซ้อมต่อไป

วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระ เมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า คณะกรรมการฯจะไปตรวจเยี่ยม ติดตามการดำเนินงานด้านศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สำนักช่างสิบหมู่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม ในวันที่ 20 เม.ย. โดยจะลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระราเชนทรยานน้อย สำหรับอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร การสร้างฉัตรโลหะฉลุ 11 ชั้น ประดับรอบพระเมรุมาศ งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ การจัดสร้างฉากบังเพลิง ที่สำคัญ จะไปให้กำลังใจทีมช่างสำนักช่างสิบหมู่และจิตอาสาที่เข้ามาช่วยปฏิรูปงานทุกด้าน เนื่องจากการดำเนินงานประติมากรรมและประณีตศิลป์ส่วนใหญ่จัดทำที่สำนักช่างสิบหมู่ ทุกคนตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือให้งานออกมาสมพระเกียรติสูงสุด สำหรับพื้นที่การจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบต่างๆ บริเวณท้องสนามหลวง ทราบว่า กรมศิลปากรจะได้รับการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

...

รองนายกฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของการจัดทำเชือกฉุดชักราชรถในริ้วขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กรมอู่ทหารเรือรายงานว่า จัดทำเชือกสำหรับซ้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้วัสดุและการถักทอตามมาตรฐานของทหารเรือและตามที่มีกระแสการปล่อยข่าวทางโซเชียลถึงหมาย กำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ขอให้ประชาชนติดตามแถลงการณ์ที่ประกาศจากสำนักพระราชวังเท่านั้น

นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล หัวหน้ากลุ่มงานวิศวกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบต่างๆในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ว่าในส่วนของพระเมรุมาศแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 60 โดยได้ขึ้นโครงสร้างเหล็ก ทั้งบุษบกองค์ประธานชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ปลียอดฉัตรเสากลางหลังคาของพระเมรุมาศ ขึ้นโครงสร้างเหล็กของซ่างและหอเปลื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระที่นั่งทรงธรรม ขึ้นโครงสร้างเหล็กไปแล้ว 80% ศาลาลูกขุน 1 จำนวน 2 หลัง ได้ขึ้นโครงสร้างเหล็กไปแล้ว 60% ส่วนศาลาลูกขุน 2 จำนวน 2 หลัง ขึ้นโครงสร้างเหล็กไปแล้ว 80% ส่วนทับเกษตรจำนวน 4 หลัง ขึ้นโครงสร้างเหล็กไปแล้ว 40% ขณะที่ทิมจำนวน 9 หลัง เริ่มดำเนินการขึ้นโครงสร้างเหล็กแล้ว