เพลิงพิโรธกลางดึก เผาชุมชนมัสยิดสวนพลู เก่าแก่กว่า 100 ปี วอดไปกว่า 20 หลังคาเรือน สุดสลดพบศพหญิงชราป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม พักในบ้านเพียงลำพังหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจหาสาเหตุ เบื้องต้นคาดไฟฟ้าช็อต หลังเกิดเหตุ “อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงานระดมความช่วยเหลือด่วน
ไฟคลอกหญิงชราดับคากองเพลิง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ร.ต.อ.เจตน์ นิลพฤกษ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางยี่เรือ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนมัสยิดสวนพลู ชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ด้านริมทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย ซอยเทอดไท 19 ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตธนบุรี รถดับเพลิงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กว่า 20 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันกว่า 100 หลัง เป็นโซนของผู้อาศัยชาวไทยพุทธ เนื้อที่ของชุมชนจากริมทางรถไฟไปถึงหน้าวัดโพธินิมิตสถิตมหาสีมาราม รวมประมาณ 2 ไร่ครึ่ง พบกลุ่มควันและแสงเพลิงจำนวนมาก แต่ด้วยสภาพซอยคับแคบทำให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปสกัดเพลิงได้ ต้องใช้รถดับเพลิงขนาดเล็กของ กทม. และเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก เข้าไปวางหัวฉีดสกัดเพลิงแทน เพลิงลุกไหม้นานกว่าชั่วโมงครึ่งจึงสงบ ตรวจสอบมีบ้านเรือนถูกเพลิงไหม้เสียหาย 20 หลัง กินเนื้อที่วงกว้างกว่า 1 ไร่ ที่กลางซากกองเพลิงพบศพหญิงชราถูกไฟคลอดดำเป็นตอตะโก 1 ศพ ทราบชื่อนางจุมาภรณ์ ทิพย์ทวีสุข อายุ 65 ปี นอกจากนี้นายสุพจน์ ชมสินทรัพย์ อายุ 31 ปี อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยถูกไฟลวกที่ข้อเท้าขวา ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พญาไท 3 เบื้องต้นอาการปลอดภัย
ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พ.ต.อ.ปพณพัชร์ ตั้งจิตจารุพัชร์ ผกก.สน.บางยี่เรือ นายมนัส ประจวบจินดา ผอ.เขตธนบุรี และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยว่า สั่งการให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมหน่วยแพทย์ที่วัดโพธินิมิตสถิตมหาสีมารามแล้ว กำชับให้เจ้าหน้าที่จัดอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้ประสบภัยให้ครบทั้ง 3 มื้อ รวมทั้งดูแลสวัสดิการต่างๆ หากผู้ประสบภัยไม่มีที่พักสามารถลงทะเบียนขอพักที่โรงเรียนวัดโพธินิมิตฯได้ทันที
...
พ.ต.อ.ปพณพัชร์กล่าวว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปเก็บหลักฐานนำไปพิสูจน์หาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อมยังให้การไม่ตรงกันว่าต้นเพลิงเกิดจากบ้านหลังใด มีพยานให้การว่าต้นเพลิงเกิดจากบ้านของบ้านนางจุมาภรณ์ ผู้เสียชีวิต แต่บางรายให้การว่าต้นเพลิงมาจากบ้านเลขที่ 7 ที่เปิดให้บริการเช่าเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ แล้วเกิดเพลิงไหม้สายไฟเครื่องซักผ้าก่อนลุกลามไหม้บ้าน อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนก่อนดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านต้นเพลิง
“ส่วนนางจุมาภรณ์ ผู้เสียชีวิตนั้น พบป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม พักอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะเกิดเหตุมีชาวบ้าน พยายามเข้าไปช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จเพราะไฟลุกลามรวดเร็ว ส่งศพให้แพทย์นิติเวชฯ รพ.ศิริราชชันสูตร พร้อมติดตามญาติผู้ตายมาสอบสวนตามขั้นตอนแล้ว” พ.ต.อ.ปพณพัชร์กล่าว