ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดตัว "ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล" อธิการบดีคนใหม่ ชู 3 แนวทางพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องสัมมนา 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ยศเส ได้ประกาศเปิดตัว "ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล" อธิการบดี ลำดับที่ 7 พร้อมประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัย มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับศักยภาพการจัดการศึกษา การวิจัย และการบริการสังคม ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกยุคใหม่
ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ นายกสภา มฉก. กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ คนที่ 4 คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สหัส บัณฑิตกุล ที่ปรึกษา ผู้แทนจากโรงพยาบาลหัวเฉียวและคลินิกประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว นำโดย คุณศิริกุล โอภาสวงศ์ รองประธานคณะกรรมการ คนที่ 2 คุณประภัสสร รุจิรากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณลู เหม่ยกุ้ย รองผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนคณะผู้บริหาร มฉก. นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบกำลังใจในการก้าวสู่บทบาทการบริหารมหาวิทยาลัยในช่วงเวลาใหม่
ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล กล่าวถึงทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัย โดยกำหนดภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และความต้องการของตลาดแรงงาน ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
1. ปฏิรูปการเรียนรู้ด้วย AI สร้างบัณฑิตที่คิดเป็นและพร้อมรับอนาคต
มุ่งนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนการสอน ปรับกระบวนการประเมินผลจากการวัดความรู้ไปสู่การวิเคราะห์และตั้งคำถามอย่างมีวิจารณญาณ พัฒนานักศึกษาให้มีจินตนาการ ความเข้าใจเชิงลึก และดุลยพินิจ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น ลดข้อจำกัดระหว่างคณะวิชา และจัดตั้งธนาคารหน่วยกิตกลาง (Central Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกเรียนรู้ข้ามศาสตร์ได้ตามความสนใจและความต้องการของตนเอง
2. ยกระดับความร่วมมือไทย–จีน สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาค
ต่อยอดความเข้มแข็งด้านการแพทย์แผนจีน วิทยาศาสตร์สุขภาพ และจีนศึกษา ผ่านการสร้างเครือข่าย Thai-China Healthcare Innovation Hub เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย รวมถึงการวิจัยเชิงคลินิกและการประยุกต์ใช้สมุนไพรไทย พร้อมพัฒนาบัณฑิตให้มีทักษะ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน และอังกฤษ ควบคู่กับความสามารถด้านเทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของสังคมในอนาคต โดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคมสูงวัย
3. พัฒนาบัณฑิตพร้อมทำงาน สร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคม
ปรับหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริง ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์ของภาคอุตสาหกรรม (Industry Project) อย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้ที่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีได้ และมีประสบการณ์พร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และหลักสูตรระยะสั้นในรูปแบบ Micro-credential โดยเฉพาะด้านสุขภาวะ การดูแลผู้สูงอายุ และการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อรองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังคงยึดมั่นในรากฐานแห่งการก่อตั้งจากอุดมการณ์การให้ และการตอบแทนคุณแผ่นดินของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมสืบสานอัตลักษณ์ด้านคุณธรรมและการรับใช้สังคม มุ่งพัฒนาสู่การเป็น "Engaged University" หรือมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์ ยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน
ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ ได้กล่าวถึงหลักคิดในการนำพามหาวิทยาลัยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ไม่ได้เริ่มต้นจากความสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจากความถ่อมตน การเปิดใจรับฟัง กล้าที่จะตั้งคำถามบนพื้นฐานขององค์ความรู้ และการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความร่วมมือและนำพาชาวหัวเฉียวทุกคนให้เติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน
การก้าวสู่ช่วงเวลาใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร แต่เป็นการร่วมกันสานต่อคุณค่าและอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัย พร้อมต่อยอดศักยภาพและสร้างโอกาสใหม่ทางการศึกษา เพื่อให้มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างคนดี คนเก่ง และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมไทยและสังคมโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน