ลูกชายป้าแมว เจ้าของโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม เผยสาเหตุอัดคลิปคุยกับลูกแม่ภัทร รับเอะใจบางอย่าง ยอมรับในสิ่งที่ทำผิดพลาด ส่งกลับคนในศูนย์ฯ หมดแล้ว พร้อมจ่ายมัดจำคืน 2 เท่า
วันที่ 8 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีลูกชายป้าแมว เจ้าของโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม จ.กาญจนบุรี ที่ตกเป็นดราม่า กรณีลูกอุ้มแม่ไปขังไว้ที่นี่เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ป่วยอะไร
ซึ่งต่อมา นายเจแปน ลูกชายป้าแมว ได้เผยคลิปเสียงที่คุยกับ นายเบนซ์ ลูกชายของแม่ภัทร เพื่อยืนยันว่า ทางศูนย์ฯ พยายามจะติดต่อให้มารับตัวแม่กลับไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่เป็นนายเบนซ์เอง ที่บ่ายเบี่ยง อ้างว่าแม่ออกมาแล้วอาจจะทำให้ทางศูนย์ฯ เดือดร้อนก็ได้
ทั้งนี้ หลังจบรายการ นายเจแปน เผยประเด็นเรื่องของคลิปเสียงที่เป็นหลักฐานนำมาออกในรายการว่า เป็นการคุยกับเบนซ์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อให้มารับแม่กลับ แล้วได้คุยกับคุณป้าภัทร ในวันที่ 5 สิงหาคม ว่าลูกของคุณคิดอย่างนี้นะ แล้วก็รีบเร่งประสาน จนในวันที่ 6 สิงหาคม ก็ได้เจอกัน
นายเจแปน บอกอีกว่า ในส่วนที่มีการอัดคลิปเสียงเอาไว้นั้น เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ ได้มีการพูดคุยกับลูกชายป้าภัทรอยู่บ้าง จนกระทั่งเกิดความเอะใจในอะไรบางอย่าง จึงได้ตัดสินใจโทรศัพท์และมีการบันทึกเสียงเอาไว้ที่ได้นำออกมาเปิดเผยในรายการ ซึ่งในมุมที่ฟังจากคุณเบนซ์ ผมไม่รู้หรอกว่า คุณเจออะไรกันมาบ้าง แต่ในตอนที่ประสานและทุกวันนี้ระหว่างนั่งฟังเรื่องราวทุกอย่าง ก็สงสารเขา และผมก็ยังมีความรักให้กับคนไข้ของผมทุกคน รวมถึงญาติด้วย ผมได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างและเข้าใจทุกคนในมุมมองของเขา
แต่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่มันตอบกลับมาในเรื่องของภาพที่ปรากฏออกมาก็ค่อนข้างหนัก ซึ่งผมยอมรับในส่วนของกรง มันก็ค่อนข้างหลุดโลก แต่ในเวลาเดียวกันที่ ผมพาสื่อเข้าไปนอกจากตรงนั้น มันก็ยังมีสวน มีอะไร แม้กรงจะไม่ได้แคบขนาดนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าผิด โดยยืนยันว่าคุณแม่มีเจตนาที่ดี และอย่างที่บอกว่า สบส. บอกว่าทำได้
นอกจากนี้ นายเจแปน ยังบอกด้วยว่า ตอนนี้คนไข้ที่ศูนย์ฯ ได้เคลื่อนย้ายออกไปทั้งหมดแล้ว มีทั้งคืนเคสให้ครอบครัวและส่งต่อ ซึ่งทางศูนย์ฯ เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด และต้องจ่ายค่ามัดจำคืน 2 เท่า ซึ่งถือว่าหนักมาก ตอนนี้ยังไม่มีแผนเรื่องธุรกิจ เพราะเดิมทีวางแผนจะปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน โดยไม่คิดว่าจะถูกสั่งปิดถาวร จากนี้คุณแม่ต้องการพักผ่อน ซึ่งตัวเองก็เห็นด้วย เพราะแม่เหนื่อยมามาก
ส่วนเรื่องเตียงปลาปิ้ง ยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่คนคิด แต่เป็นรูปแบบที่แม่คิดเอง ซึ่งเพิ่งจะนำมาใช้เมื่อประมาณ 2 ปี (ก่อนคุณภัทรเข้า) ยอมรับว่า เคยมีความเห็นแย้งแม่ของตนแล้ว แต่แม่ระบุว่าทาง ศบส.5 เข้าตรวจและแจ้งว่าผ่าน “ใช้ได้”
ส่วนที่ คุณณภัทร จะดำเนินคดีกับทางศูนย์ฯ เบื้องต้นได้พูดกันแล้ว คุณณภัทรบอกว่า จะดำเนินคดีกับแม่เนื่องจากเวลาสองปีที่เสียไปไม่สามารถเอาคืนเอาคืนได้


